คณิตศาสตร์ ม.ต้นเลขยกกำลัง สรุปครบ สมบัติ สัญกรณ์วิทยาศาสตร์ และการแก้สมการ
สรุปเลขยกกำลังครบในบทความเดียว นิยาม สมบัติทุกข้อพร้อมภาพที่เลื่อนเล่นได้ เลขชี้กำลังศูนย์และติดลบ สัญกรณ์วิทยาศาสตร์ การเปรียบเทียบ และการแก้สมการเลขยกกำลัง พร้อมตัวอย่างและแบบฝึกหัด

เลขยกกำลังเป็นบทพื้นฐานที่ต้องใช้ต่อเกือบทุกบท ตั้งแต่ ม.ต้น ไปจนถึงข้อสอบเข้า ม.4 และ ม.ปลาย บทความนี้พี่จะพาไล่ตั้งแต่นิยาม สมบัติของเลขยกกำลังทีละข้อพร้อมภาพที่เลื่อนเล่นได้ เลขชี้กำลังเป็นศูนย์และจำนวนเต็มลบ สัญกรณ์วิทยาศาสตร์ การเปรียบเทียบ จนถึงการแก้สมการเลขยกกำลัง
เลขยกกำลังคืออะไร
เลขยกกำลังคือการเขียนย่อของ "การคูณตัวเดิมซ้ำ ๆ"
an=n ตัวa×a×⋯×a เช่น 24=2×2×2×2=16 และ (31)2=31×31=91
ระวังวงเล็บ
(−2)4=(−2)(−2)(−2)(−2)=16 แต่ −24=−(2×2×2×2)=−16 เพราะเลขชี้กำลังเกาะแค่เลข 2
(32)2=94 แต่ 322=34
ฐานติดลบ: ยกกำลังคู่ได้ค่าบวก ยกกำลังคี่ได้ค่าลบ เช่น (−3)2=9 แต่ (−3)3=−27
สมบัติของเลขยกกำลัง
ทุกสมบัติมาจากนิยามข้อเดียว คือ "นับว่าเลขฐานคูณกันกี่ตัว" ในภาพด้านล่าง แต่ละก้อนคือตัวคูณหนึ่งตัว ลองเลื่อน m กับ n แล้วนับตาม
การคูณเลขยกกำลังที่ฐานเท่ากัน
am⋅an=am+n am มี a อยู่ m ตัว คูณกับ an ที่มี a อยู่ n ตัว รวมเป็น m+n ตัว
a3aaa×a4aaaa=a7aaaaaaa - นับตัวคูณ3+4=7 ตัว
- สรุปa3⋅a4=a3+4=a7
ก้อนสีน้ำเงินมาจาก am ก้อนสีส้มมาจาก an รวมกันแล้วนับได้ m+n ก้อนการหารเลขยกกำลังที่ฐานเท่ากัน
anam=am−n(a=0) ตัวคูณบนกับล่างที่เหมือนกันตัดกันได้ทีละคู่ เหลือ m−n ตัว ลองเลื่อนให้ n มากกว่า m แล้วดูว่าเหลืออะไร
a5aaaaaa2aa=a3aaa - ตัดกันตัดบนกับล่างได้ 2 คู่
- สรุปa2a5=a5−2=a3
ก้อนที่ถูกขีดฆ่าคือคู่ที่ตัดกันได้ ถ้าข้างล่างเหลือแปลว่าผลลัพธ์อยู่ในรูป an−m1เลขชี้กำลังเป็นศูนย์และจำนวนเต็มลบ
ถ้าใช้สมบัติการหารกับ m=n จะได้ anan=a0 แต่ของที่หารตัวเองได้ 1 เสมอ และถ้า m<n จะได้เลขชี้กำลังติดลบ จึงนิยามว่า
a0=1a−n=an1(a=0) ดูจากแบบรูปก็ได้ ทุกครั้งที่เลขชี้กำลังลดลง 1 ค่าจะถูกหารด้วยเลขฐานหนึ่งครั้ง พอลงมาถึง a0 ก็เหลือ 1 และลงต่อไปก็กลายเป็นเศษส่วน กดเลือกเลขฐานหรือเลื่อน n ดู
24=2×2×2×2=16↓ ÷2 23=2×2×2=8↓ ÷2 22=2×2=4↓ ÷2 21=2↓ ÷2 20=1↓ ÷2 2−1=21↓ ÷2 2−2=2×21=41↓ ÷2 2−3=2×2×21=81 - เลขชี้กำลัง20=1เพราะเลขฐานไม่ใช่ 0
- ค่า20=1
เลื่อนลงทีละขั้นคือหารด้วยเลขฐาน a0 จึงเท่ากับ 1 และ a−n=an1ยกกำลังซ้อน และยกกำลังผลคูณ ผลหาร
(am)n=amn(ab)n=anbn(ba)n=bnan(b=0) (am)n คือ am คูณกัน n ชุด แต่ละชุดมี a อยู่ m ตัว รวมเป็น mn ตัว
(a2aa)3=aa⋅aa⋅aa - นับตัวคูณ3 ชุด ชุดละ 2 ตัว=6 ตัว
- สรุป(a2)3=a2⋅3=a6
n ชุด ชุดละ m ก้อน รวมเป็น m×n ก้อนสรุปสมบัติของเลขยกกำลัง
am⋅an=am+n
anam=am−n
a0=1 และ a−n=an1 เมื่อ a=0
(am)n=amn
(ab)n=anbn และ (ba)n=bnan
สิ่งที่ไม่ใช่สมบัติ (ผิดบ่อยมาก)
(a+b)n=an+bn เช่น (2+3)2=25 แต่ 22+32=13
am⋅an=amn ตอนคูณให้ บวก เลขชี้กำลัง ไม่ใช่คูณ
amn=(am)n เช่น 232=29=512 แต่ (23)2=26=64
am⋅bn รวมเลขชี้กำลังไม่ได้ถ้าฐานไม่เท่ากัน
ตัวอย่างที่ 1
จงหาค่าของ 8325⋅43 - 1
ทำทุกตัวให้เป็นฐาน 2
(23)325⋅(22)3=2925⋅26 - 2
คูณบวกเลขชี้กำลัง หารลบเลขชี้กำลัง
25+6−9=22 - 3
ตัวอย่างที่ 2
จงทำ y3(x3y2)2⋅x−4 ให้เป็นรูปอย่างง่าย เมื่อ x,y=0 - 1
กระจายเลขชี้กำลังเข้าวงเล็บ
y3x6y4⋅x−4 - 2
รวมฐาน x และฐาน y แยกกัน x6+(−4)⋅y4−3 - 3
สัญกรณ์วิทยาศาสตร์
ใช้เขียนจำนวนที่ใหญ่มากหรือเล็กมากให้สั้นลง เขียนในรูป
A×10nเมื่อ 1≤A<10 และ n เป็นจำนวนเต็ม จำนวนมาก: 475,000=4.75×105 (เลื่อนจุดทศนิยมไปทางซ้าย 5 ตำแหน่ง)
จำนวนน้อย: 0.00036=3.6×10−4 (เลื่อนจุดทศนิยมไปทางขวา 4 ตำแหน่ง)
45×103 ยังไม่ใช่สัญกรณ์วิทยาศาสตร์ เพราะ A=45 เกิน 10 ต้องเขียนเป็น 4.5×104
ตัวอย่างที่ 3
จงเขียน 4×104(8×106)(1.2×105) ในรูปสัญกรณ์วิทยาศาสตร์ - 1
แยกส่วนตัวเลขกับส่วนกำลังของ 10
48×1.2×104106⋅105 - 2
คำนวณแต่ละส่วน
2.4×106+5−4=2.4×107
การเปรียบเทียบเลขยกกำลัง
หลักคือทำ เลขฐาน หรือ เลขชี้กำลัง ให้เท่ากันก่อน แล้วค่อยเทียบ
ฐานเท่ากัน ถ้าฐานมากกว่า 1 ยกกำลังมากค่ามาก เช่น 310>38 แต่ถ้าฐานอยู่ระหว่าง 0 กับ 1 ยกกำลังมากค่ากลับน้อย เช่น (21)3>(21)5
เลขชี้กำลังเท่ากัน (และเป็นบวก) ฐานมากค่ามาก เช่น 910>810>510
ตัวอย่างที่ 4
จงเรียง 230, 320 และ 510 จากมากไปน้อย - 1
ฐานต่างกันหมด แต่เลขชี้กำลังหารด้วย 10 ลงตัว ทำให้เลขชี้กำลังเป็น 10 ทั้งหมด
230=(23)10=810,320=(32)10=910 - 2
เลขชี้กำลังเท่ากันแล้ว เทียบฐาน
910>810>510
การแก้สมการเลขยกกำลัง
หลักเดียวกัน ทำให้ ฐานเท่ากัน ทั้งสองข้าง แล้วจับเลขชี้กำลังเท่ากัน เพราะถ้า am=an (เมื่อ a>0 และ a=1) จะได้ m=n
ตัวอย่างที่ 5
จงแก้สมการ 9x=27x−1 - 1
ทำเป็นฐาน 3 ทั้งสองข้าง
(32)x=(33)x−1 - 2
ยกกำลังซ้อนคูณเลขชี้กำลัง
32x=33x−3 - 3
ฐานเท่ากัน จับเลขชี้กำลังเท่ากัน
2x=3x−3⇒x=3
ถ้าสมการมีหลายพจน์ที่ฐานเดียวกัน ให้ ดึงตัวร่วม ออกมาก่อน
ตัวอย่างที่ 6
จงแก้สมการ 3x+2−3x=72 - 1
เขียน 3x+2=3x⋅32 แล้วดึง 3x ออกมา 3x(32−1)=72 - 2
คำนวณในวงเล็บ
8⋅3x=72⇒3x=9=32 - 3
บางข้อไม่ต้องหา x ออกมาเลย แค่ จัดรูป ให้เห็นก้อนที่โจทย์ให้มา
ตัวอย่างที่ 7
ถ้า 5x=3 จงหาค่าของ 25x+1 - 1
เขียน 25 เป็นฐาน 5
25x+1=(52)x+1=52x⋅52 - 2
=(5x)2⋅25 - 3
=32⋅25=225
ลองทำดู
ข้อ 1
(−3)4 มีค่าเท่าไร ข้อ 2
ข้อใดถูกต้อง
ข้อ 3
5−2 เท่ากับข้อใด ข้อ 4
0.00052 เขียนในรูปสัญกรณ์วิทยาศาสตร์ได้ตามข้อใด ข้อ 5
ถ้า 2x+3=32 แล้ว x เท่ากับเท่าไร ข้อ 6
ข้อใดมีค่ามากที่สุด
สรุป
an คือ a คูณกัน n ตัว a คือเลขฐาน n คือเลขชี้กำลัง
คูณฐานเดียวกันให้บวกเลขชี้กำลัง หารให้ลบ ยกกำลังซ้อนให้คูณ
a0=1 และ a−n=an1 เมื่อ a=0
สัญกรณ์วิทยาศาสตร์คือ A×10n โดย 1≤A<10
เปรียบเทียบหรือแก้สมการ ให้ทำฐานหรือเลขชี้กำลังให้เท่ากันก่อนเสมอ
คำถามที่พบบ่อย