สถิติ ม.ต้น สรุปครบ ม.1–ม.3 แผนภูมิ ค่ากลาง ควอร์ไทล์ และแผนภาพกล่อง

สรุปสถิติ ม.1–ม.3 ในบทความเดียว ตั้งแต่คำถามทางสถิติ แผนภูมิรูปภาพ แท่ง เส้น วงกลม แผนภาพจุด ต้น-ใบ ฮิสโทแกรม ค่าเฉลี่ย มัธยฐาน ฐานนิยม ไปจนถึงควอร์ไทล์ แผนภาพกล่อง และค่านอกเกณฑ์ พร้อมภาพให้กดเล่นทุกหัวข้อ

สถิติ ม.ต้น สรุปครบ ม.1–ม.3 แผนภูมิ ค่ากลาง ควอร์ไทล์ และแผนภาพกล่อง

สถิติ ม.ต้น เรียนต่อกันสามปี ม.1 เริ่มจากคำถามทางสถิติ การเก็บข้อมูล และแผนภูมิแบบต่าง ๆ ม.2 ได้รู้จักแผนภาพหน้าตาใหม่ และ ค่ากลางของข้อมูล ส่วน ม.3 ปิดท้ายด้วย ควอร์ไทล์และแผนภาพกล่อง บทความนี้พี่รวมไว้ครบในที่เดียว เรียงตามลำดับที่เรียน ทุกหัวข้อมีภาพให้กดเล่น ทั้งเปลี่ยนรูปแบบแผนภูมิ เพิ่มหรือลบข้อมูล และลากจุดดูว่าแผนภาพกล่องเปลี่ยนยังไง

สถิติคืออะไร

สถิติ คือศาสตร์ของการเรียนรู้จากข้อมูล ตั้งแต่ตั้งคำถาม เก็บข้อมูล นำเสนอ วิเคราะห์ ไปจนถึงแปลความหมาย ทำเป็นขั้นตอนได้ 4 ขั้น เรียกว่า กระบวนการทางสถิติ

  1. ตั้งคำถามทางสถิติ

  2. เก็บรวบรวมข้อมูล

  3. วิเคราะห์ข้อมูล (นำเสนอเป็นแผนภูมิ หาค่ากลาง ฯลฯ)

  4. แปลความหมายผลลัพธ์ แล้วตอบคำถามที่ตั้งไว้

คำถามทางสถิติ

คำถามทางสถิติ คือคำถามที่ต้องเก็บข้อมูลหลายตัวมาตอบ และคาดว่าข้อมูลที่ได้จะ แตกต่างกัน ถ้าคำถามมีคำตอบเดียวแน่นอน ก็ไม่ใช่คำถามทางสถิติ

คำถาม

เป็นคำถามทางสถิติไหม

นักเรียนห้อง ม.1/1 ชอบกีฬาอะไร

เป็น (แต่ละคนตอบต่างกัน)

เพื่อนแต่ละคนใช้เวลาเดินทางมาโรงเรียนกี่นาที

เป็น

วันนี้เป็นวันอะไร

ไม่เป็น (มีคำตอบเดียว)

ครูประจำชั้นสูงกี่เซนติเมตร

ไม่เป็น

การเก็บรวบรวมข้อมูล

เก็บข้อมูลได้หลายวิธี เลือกตามคำถามที่ตั้งไว้

  • สำรวจหรือใช้แบบสอบถาม เช่น ถามกีฬาที่ชอบของเพื่อนทั้งห้อง

  • สัมภาษณ์ เช่น คุยกับแม่ค้าเรื่องยอดขายแต่ละวัน

  • สังเกต เช่น นับจำนวนรถที่ผ่านหน้าโรงเรียน

  • ทดลอง เช่น วัดความสูงของต้นถั่วทุกวัน

ข้อมูลที่ได้แบ่งเป็นสองประเภท

ประเภท

ลักษณะ

ตัวอย่าง

ข้อมูลเชิงปริมาณ

เป็นตัวเลขที่นำมาคำนวณหรือเปรียบเทียบมากน้อยได้

คะแนนสอบ ส่วนสูง จำนวนพี่น้อง

ข้อมูลเชิงคุณภาพ

บอกลักษณะหรือประเภท

เพศ สีที่ชอบ กรุ๊ปเลือด ไซส์เสื้อ

ระวัง ข้อมูลที่เขียนเป็นตัวเลขไม่จำเป็นต้องเป็นเชิงปริมาณเสมอ เช่น เบอร์โทรศัพท์ หรือ เลขประจำตัวนักเรียน เอามาบวกลบหรือหาค่าเฉลี่ยไม่มีความหมาย จึงเป็นข้อมูลเชิงคุณภาพ

นำเสนอข้อมูลด้วยแผนภูมิ (ม.1)

แผนภูมิรูปภาพ

ใช้รูปแทนจำนวน มี กุญแจ บอกว่า 1 รูปแทนเท่าไร ถ้าจำนวนไม่ลงตัวใช้รูปไม่เต็ม เหมาะกับข้อมูลที่อยากให้ดูง่าย สะดุดตา

มะม่วงทุเรียนส้มกล้วย
1 รูป แทน 5 คน
ผลไม้ที่นักเรียนชอบ รูปคนหนึ่งรูปแทน 5 คน กล้วยมี 12 คน จึงเป็น 2 รูปเต็มกับอีก 25\frac{2}{5} ของรูป

แผนภูมิแท่ง

ใช้ความยาวของแท่งแทนจำนวน แท่งแยกจากกันและกว้างเท่ากัน เหมาะกับการ เปรียบเทียบจำนวนของแต่ละประเภท ถ้าวางสองแท่งคู่กันจะเปรียบเทียบข้อมูลสองกลุ่มได้

05101520181048681214ฟุตบอลบาสวอลเลย์แบดคน
ชายหญิง
กีฬาที่นักเรียนชายและหญิงชอบ นักเรียนชายชอบฟุตบอลมากที่สุด ส่วนนักเรียนหญิงชอบแบดมินตันมากที่สุด

กราฟเส้น

ใช้จุดที่ลากเส้นเชื่อมกัน เหมาะกับข้อมูลที่ เปลี่ยนแปลงตามเวลา ดูแนวโน้มว่าเพิ่มขึ้นหรือลดลง

050100150200250300120150210260230180ม.ค.ก.พ.มี.ค.เม.ย.พ.ค.มิ.ย.ถ้วย
ยอดขายน้ำแข็งใสของร้านหนึ่ง เพิ่มขึ้นจนสูงสุดในเดือนเมษายน แล้วลดลงเมื่อเข้าหน้าฝน

แผนภูมิรูปวงกลม

ใช้ สัดส่วนของวงกลม แทนส่วนย่อยเมื่อเทียบกับทั้งหมด วงกลมทั้งวงคือ 100%100\% หรือ 360∘360^\circ การสร้างเองต้องหามุมของแต่ละส่วนก่อน

ร้อยละ=จำนวนส่วนนั้นจำนวนทั้งหมด×100มุม=จำนวนส่วนนั้นจำนวนทั้งหมด×360∘\text{ร้อยละ} = \frac{\text{จำนวนส่วนนั้น}}{\text{จำนวนทั้งหมด}} \times 100 \qquad \text{มุม} = \frac{\text{จำนวนส่วนนั้น}}{\text{จำนวนทั้งหมด}} \times 360^\circ
40%20%15%25%
อาหารเดินทางขนมเงินออม
รายการบาทร้อยละมุม
อาหาร160040144°
เดินทาง8002072°
ขนม6001554°
เงินออม10002590°
รวม4000100360°
ค่าใช้จ่ายต่อเดือน 4,000 บาท ตารางใต้วงกลมคือขั้นตอนสร้าง หาร้อยละและมุมของแต่ละส่วนก่อน แล้วใช้ไม้โปรแทรกเตอร์วาดทีละมุม
ตัวอย่างที่ 1 (หามุมของแผนภูมิรูปวงกลม)
นักเรียนใช้เงินค่าอาหาร 1,600 บาท จากค่าใช้จ่ายทั้งหมด 4,000 บาท ส่วนนี้คิดเป็นร้อยละเท่าไร และในแผนภูมิรูปวงกลมต้องใช้มุมกี่องศา

เลือกการนำเสนอให้เหมาะกับข้อมูล

อยากแสดง

ควรใช้

เปรียบเทียบจำนวนแต่ละประเภท

แผนภูมิแท่ง หรือแผนภูมิรูปภาพ

การเปลี่ยนแปลงตามเวลา

กราฟเส้น

ส่วนย่อยเทียบกับทั้งหมด

แผนภูมิรูปวงกลม

ข้อมูลเชิงปริมาณจำนวนมาก

ฮิสโทแกรม (ม.2)

เปรียบเทียบการกระจายของหลายกลุ่ม

แผนภาพกล่อง (ม.3)

ลองกดเปลี่ยนรูปแบบในภาพด้านล่าง ข้อมูลยอดขายรายเดือนชุดเดียวกัน แบบไหนอ่านง่ายที่สุด

050100150200250300120150210260230180ม.ค.ก.พ.มี.ค.เม.ย.พ.ค.มิ.ย.ถ้วย
กราฟเส้นเห็นแนวโน้มขึ้นลงชัดที่สุด แผนภูมิแท่งก็ยังเปรียบเทียบได้ แต่แผนภูมิรูปวงกลมไม่เหมาะ เพราะยอดขายแต่ละเดือนไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของอะไรที่รวมกันมีความหมาย

แผนภาพจุด (ม.2)

แผนภาพจุด ใช้กับข้อมูลเชิงปริมาณที่มีไม่มาก วาดเส้นจำนวน แล้ววางจุดหนึ่งจุดต่อข้อมูลหนึ่งตัว ถ้าค่าซ้ำก็ซ้อนจุดขึ้นไป ทำให้เห็นทันทีว่าข้อมูลกระจุกอยู่ตรงไหน

012345678910คะแนน
คะแนนสอบย่อย (เต็ม 10) ของนักเรียน 15 คน จุดสูงที่สุดอยู่ที่ 7 คะแนน และไม่มีใครได้ต่ำกว่า 4
ตัวอย่างที่ 2 (อ่านแผนภาพจุด)
จากแผนภาพจุดด้านบน มีนักเรียนกี่คนที่ได้คะแนนตั้งแต่ 8 คะแนนขึ้นไป และคิดเป็นร้อยละเท่าไรของทั้งหมด

แผนภาพต้น-ใบ (ม.2)

แผนภาพต้น-ใบ แยกตัวเลขแต่ละตัวเป็นสองส่วน หลักหน่วยเป็น ใบ ส่วนหลักที่เหลือเป็น ต้น เช่น 4848 มีต้นเป็น 44 และใบเป็น 88 ข้อดีคือยังเห็นค่าจริงของข้อมูลทุกตัว และเรียงข้อมูลให้เราไปในตัว

38
41 3 5 5 7 8
50 2 2 3 6 8
61 5
5∣05 \mid 0 หมายถึง 5050 กิโลกรัม
  • ข้อมูลn=15,  min⁡=38,  max⁡=65,  มัธยฐาน=50\displaystyle n = 15,\; \min = 38,\; \max = 65,\; \text{มัธยฐาน} = 50
น้ำหนักของนักเรียน 15 คน อ่านแถวต้น 44 ได้ 41,43,45,45,47,4841, 43, 45, 45, 47, 48 ข้อมูลส่วนใหญ่อยู่ในช่วง 40 ถึง 59 กิโลกรัม

ถ้าต้องการ เปรียบเทียบข้อมูลสองชุด ให้ใช้ต้นร่วมกันตรงกลาง แล้วเขียนใบของชุดหนึ่งไปทางขวา อีกชุดไปทางซ้าย

หญิงต้นชาย
7 5148
8 6 5 3 1 0152 5 8
2 0160 1 3 5 8
172
16∣116 \mid 1 หมายถึง 161161 เซนติเมตร
  • ชายn=10,  min⁡=148,  max⁡=172,  มัธยฐาน=160.5\displaystyle n = 10,\; \min = 148,\; \max = 172,\; \text{มัธยฐาน} = 160.5
  • หญิงn=10,  min⁡=145,  max⁡=162,  มัธยฐาน=154\displaystyle n = 10,\; \min = 145,\; \max = 162,\; \text{มัธยฐาน} = 154
ส่วนสูงนักเรียนชาย (ขวา) และหญิง (ซ้าย) ใบฝั่งซ้ายอ่านจากตรงกลางออกไป ใบของนักเรียนชายไปอยู่แถว 16 และ 17 มากกว่า แปลว่าโดยรวมนักเรียนชายสูงกว่า

ฮิสโทแกรม (ม.2)

เมื่อข้อมูลมีจำนวนมาก การวางจุดทีละตัวจะไม่สะดวก ให้แบ่งข้อมูลเป็นช่วงเท่า ๆ กัน เรียกว่า อันตรภาคชั้น แล้วนับว่าแต่ละช่วงมีข้อมูลกี่ตัว (ความถี่) จากนั้นวาดเป็นแท่งสี่เหลี่ยมที่ ติดกัน เรียกว่า ฮิสโทแกรม

  • ความกว้างของอันตรภาคชั้นควรเท่ากันทุกช่วง

  • ความสูงของแท่งคือความถี่

  • แท่งติดกันเพราะช่วงข้อมูลต่อเนื่องกัน ต่างจากแผนภูมิแท่งที่แท่งแยกกัน

02468135874230405060708090100คะแนนความถี่
คะแนนความถี่
30–391
40–493
50–595
60–698
70–797
80–894
90–992
  • จำนวนข้อมูล1+3+5+8+7+4+2=30\displaystyle 1 + 3 + 5 + 8 + 7 + 4 + 2 = 30
  • ความถี่สูงสุดช่วง 60–69  (8 ตัว)\displaystyle \text{ช่วง } 60–69 \;(8 \text{ ตัว})
คะแนนสอบของนักเรียน 30 คน ลองเลื่อนเปลี่ยนความกว้างของอันตรภาคชั้น ถ้ากว้างเกินไปจะเห็นรายละเอียดน้อย ถ้าแคบเกินไปแท่งจะขาด ๆ เกิน ๆ
ตัวอย่างที่ 3 (อ่านฮิสโทแกรม)
จากฮิสโทแกรมด้านบน (ความกว้าง 10) มีนักเรียนกี่คนที่ได้คะแนนตั้งแต่ 70 ขึ้นไป

ค่ากลางของข้อมูล (ม.2)

ค่ากลาง คือตัวเลขตัวเดียวที่ใช้เป็นตัวแทนของข้อมูลทั้งชุด ใน ม.2 เรียนสามแบบ

ค่าเฉลี่ยเลขคณิต

นำข้อมูลทุกตัวมาบวกกัน แล้วหารด้วยจำนวนข้อมูล

xˉ=x1+x2+⋯+xNN\bar{x} = \frac{x_1 + x_2 + \cdots + x_N}{N}

ถ้าข้อมูลอยู่ในรูป ตารางความถี่ ให้คูณค่าแต่ละค่ากับความถี่ของมันก่อนบวก

xˉ=f1x1+f2x2+⋯+fkxkN\bar{x} = \frac{f_1x_1 + f_2x_2 + \cdots + f_kx_k}{N}

คะแนน (xx)

5

6

7

8

9

10

จำนวนคน (ff)

2

3

6

5

3

1

ตัวอย่างที่ 4 (ค่าเฉลี่ยจากตารางความถี่)
จากตารางด้านบน จงหาค่าเฉลี่ยของคะแนน

มัธยฐาน

มัธยฐาน คือค่าที่อยู่ ตรงกลาง เมื่อเรียงข้อมูลจากน้อยไปมาก

  • เรียงข้อมูลก่อนเสมอ

  • ข้อมูล NN ตัว มัธยฐานอยู่ ตำแหน่งที่ N+12\frac{N + 1}{2}

  • ถ้า NN เป็นจำนวนคู่ ตำแหน่งจะได้ครึ่ง ๆ เช่น 5.55.5 ให้เอาตัวที่ 5 กับตัวที่ 6 มาเฉลี่ยกัน

ฐานนิยม

ฐานนิยม คือค่าที่ ซ้ำบ่อยที่สุด ข้อมูลชุดหนึ่งอาจมีฐานนิยมมากกว่าหนึ่งค่า หรือไม่มีเลยก็ได้ ถ้าทุกค่าซ้ำเท่ากัน

ลองเล่นกับภาพด้านล่าง กดบนเส้นจำนวนเพื่อเพิ่มข้อมูล กดที่จุดเพื่อลบ แล้วดูว่า ค่าเฉลี่ย (สามเหลี่ยมสีส้มใต้เส้น) กับ มัธยฐาน (เส้นประสีเขียว) ขยับต่างกันอย่างไร จุดสีม่วงคือฐานนิยม

02468101214161820คะแนนกดบนเส้นจำนวนเพื่อเพิ่มข้อมูล · กดจุดเพื่อลบ
ข้อมูล 15 ตัว
  • ค่าเฉลี่ย ▲xˉ=10415=6.93\displaystyle \bar{x} = \frac{104}{15} = 6.93
  • มัธยฐาน ▼ตัวที่ 15+12=8  ⇒  7\displaystyle \text{ตัวที่ } \tfrac{15+1}{2} = 8 \;\Rightarrow\; 7
  • ฐานนิยม7  (ซ้ำ 4 ครั้ง)\displaystyle 7 \;(\text{ซ้ำ } 4 \text{ ครั้ง})
  • พิสัย10−4=6\displaystyle 10 - 4 = 6
ลองกดเพิ่มค่า 20 สัก 2–3 ตัว ค่าเฉลี่ยจะถูกดึงไปทางขวาทันที แต่มัธยฐานขยับนิดเดียว เพราะมัธยฐานสนใจแค่ลำดับ ไม่สนใจว่าค่าปลายสุดมากแค่ไหน
ตัวอย่างที่ 5 (มัธยฐานเมื่อข้อมูลเป็นจำนวนคู่)
จงหามัธยฐานและฐานนิยมของข้อมูล 12,7,15,9,7,20,11,1812, 7, 15, 9, 7, 20, 11, 18

เลือกใช้ค่ากลางให้เหมาะกับข้อมูล

ค่ากลาง

เหมาะเมื่อ

ตัวอย่าง

ค่าเฉลี่ย

ข้อมูลเชิงปริมาณที่ไม่มีค่าผิดปกติมาก

คะแนนสอบของทั้งห้อง

มัธยฐาน

มีค่าที่สูงหรือต่ำผิดปกติ

เงินเดือนพนักงาน ราคาบ้าน

ฐานนิยม

ข้อมูลเชิงคุณภาพ หรืออยากรู้ว่าอะไรนิยมที่สุด

ไซส์เสื้อที่ขายดี สีที่ชอบ

ตัวอย่างที่ 6 (ค่าเฉลี่ยหลอกตา)
บริษัทหนึ่งมีพนักงาน 9 คน ได้เงินเดือน 15,000 15,000 16,000 17,000 18,000 18,000 18,000 20,000 และเจ้าของบริษัท 150,000 บาท ควรใช้ค่ากลางใดเป็นตัวแทนเงินเดือนของคนในบริษัท

นอกจากค่ากลาง ยังมี พิสัย ที่บอกว่าข้อมูลกระจายกว้างแค่ไหน หาได้จาก ค่าสูงสุด ลบ ค่าต่ำสุด เช่น คะแนน 4 ถึง 10 มีพิสัย 10−4=610 - 4 = 6 ถ้าพิสัยมากแปลว่าข้อมูลกระจายมาก

ควอร์ไทล์ (ม.3)

ควอร์ไทล์ คือค่าที่แบ่งข้อมูลที่เรียงแล้วออกเป็น 4 ส่วนเท่า ๆ กัน แต่ละส่วนมีข้อมูลประมาณ 25%25\%

  • Q1Q_1 ควอร์ไทล์ที่ 1 มีข้อมูลประมาณ 25%25\% ที่น้อยกว่าหรือเท่ากับค่านี้

  • Q2Q_2 ควอร์ไทล์ที่ 2 ก็คือ มัธยฐาน (50%50\%)

  • Q3Q_3 ควอร์ไทล์ที่ 3 มีข้อมูลประมาณ 75%75\% ที่น้อยกว่าหรือเท่ากับค่านี้

ควอร์ไทล์สร้างมาจากมัธยฐานที่เพิ่งเรียนไป วิธีหาใน ม.3 คือหามัธยฐานซ้อนกันสามครั้ง

  1. เรียงข้อมูลจากน้อยไปมาก

  2. หามัธยฐานของข้อมูลทั้งหมด ได้ Q2Q_2

  3. หามัธยฐานของ ข้อมูลที่อยู่ก่อน Q2Q_2 ได้ Q1Q_1

  4. หามัธยฐานของ ข้อมูลที่อยู่หลัง Q2Q_2 ได้ Q3Q_3

ถ้า nn เป็นจำนวนคี่ ตัวที่เป็น Q2Q_2 ไม่นับรวม ในครึ่งไหนเลย ในภาพด้านล่าง จุดสีน้ำเงินคือครึ่งล่าง จุดสีส้มคือครึ่งบน จุดสีเขียวคือตัวกลาง ลองลากจุดดูว่าควอร์ไทล์เปลี่ยนตามอย่างไร

Q₁Q₂Q₃02468101214161820ลากจุดซ้าย-ขวาได้
ครึ่งล่าง ตัวกลาง ครึ่งบน
  • เรียงข้อมูล3,5,6,8,9,12,15(n=7)\displaystyle 3, 5, 6, 8, 9, 12, 15 \quad (n = 7)
  • Q₂ (มัธยฐาน)Q2=8\displaystyle Q_2 = 8
  • Q₁มัธยฐานของ {3,5,6}=5\displaystyle \text{มัธยฐานของ } \{3, 5, 6\} = 5
  • Q₃มัธยฐานของ {9,12,15}=12\displaystyle \text{มัธยฐานของ } \{9, 12, 15\} = 12
ข้อมูล 7 ตัว ตัวที่ 4 คือ Q2Q_2 ครึ่งล่างมี 3 ตัว มัธยฐานของครึ่งล่างคือ Q1Q_1 ครึ่งบนก็เช่นกัน ลองลากจุดไปทางซ้ายหรือขวา พอลำดับเปลี่ยน สีของจุดและควอร์ไทล์ก็เปลี่ยนตาม
ตัวอย่างที่ 7 (ข้อมูลจำนวนคี่)
จงหา Q1,Q2,Q3Q_1, Q_2, Q_3 ของข้อมูล 3,9,5,12,8,15,63, 9, 5, 12, 8, 15, 6
ตัวอย่างที่ 8 (ข้อมูลจำนวนคู่)
จงหา Q1,Q2,Q3Q_1, Q_2, Q_3 ของข้อมูล 12,15,17,18,20,22,25,26,30,3412, 15, 17, 18, 20, 22, 25, 26, 30, 34

แผนภาพกล่อง (ม.3)

แผนภาพกล่อง สร้างจาก ค่าสรุปห้าค่า คือ ค่าต่ำสุด Q1Q_1 Q2Q_2 Q3Q_3 และค่าสูงสุด วิธีวาด

  1. วาดเส้นจำนวนที่ครอบคลุมข้อมูลทั้งหมด

  2. วาด กล่อง จาก Q1Q_1 ถึง Q3Q_3

  3. ลากเส้นตั้งในกล่องที่ Q2Q_2

  4. ลาก หนวด จากกล่องออกไปถึงค่าต่ำสุดและค่าสูงสุด

Q₁Q₂Q₃404550556065707580859095100คะแนนลากจุดซ้าย-ขวาได้
ครึ่งล่าง ตัวกลาง ครึ่งบน
  • เรียงข้อมูล45,52,55,58,60,62,65,67,70,74,80,92(n=12)\displaystyle 45, 52, 55, 58, 60, 62, 65, 67, 70, 74, 80, 92 \quad (n = 12)
  • Q₂ (มัธยฐาน)Q2=63.5\displaystyle Q_2 = 63.5
  • Q₁มัธยฐานของ {45,52,55,58,60,62}=56.5\displaystyle \text{มัธยฐานของ } \{45, 52, 55, 58, 60, 62\} = 56.5
  • Q₃มัธยฐานของ {65,67,70,74,80,92}=72\displaystyle \text{มัธยฐานของ } \{65, 67, 70, 74, 80, 92\} = 72
คะแนนสอบของนักเรียน 12 คน หนวดซ้ายยาว 11.5 แต่หนวดขวายาว 20 แปลว่าคะแนนกลุ่มสูงกระจายมากกว่ากลุ่มต่ำ ลองลากคะแนน 92 เข้ามาใกล้ ๆ ดู
ตัวอย่างที่ 9 (ค่าสรุปห้าค่า)
จงหาค่าสรุปห้าค่าของคะแนน 45,52,55,58,60,62,65,67,70,74,80,9245, 52, 55, 58, 60, 62, 65, 67, 70, 74, 80, 92 เพื่อใช้สร้างแผนภาพกล่อง

อ่านแผนภาพกล่อง (ม.3)

แผนภาพกล่องแบ่งข้อมูลเป็น 4 ส่วน คือ หนวดซ้าย ครึ่งซ้ายของกล่อง ครึ่งขวาของกล่อง และหนวดขวา แต่ละส่วนมีข้อมูลประมาณ 25%25\% เท่ากัน ไม่ว่าส่วนนั้นจะยาวหรือสั้น

  • ส่วนที่ สั้น แปลว่าข้อมูล 25%25\% นั้น อยู่กันแน่น

  • ส่วนที่ ยาว แปลว่าข้อมูล 25%25\% นั้น กระจายมาก

  • ความยาวของกล่อง Q3−Q1Q_3 - Q_1 เรียกว่า พิสัยระหว่างควอร์ไทล์ บอกการกระจายของข้อมูล 50%50\% ตรงกลาง

  • ถ้าเส้น Q2Q_2 อยู่ค่อนไปทางซ้ายและหนวดขวายาว แปลว่ามีข้อมูลค่าสูงบางส่วนดึงให้เบ้ไปทางขวา

ข้อควรระวังในการอ่าน

ส่วนที่ยาวกว่า ไม่ได้ มีข้อมูลมากกว่า ทุกส่วนมีข้อมูลประมาณจำนวนเท่ากัน ความยาวบอกแค่ว่าข้อมูลในส่วนนั้นกระจายกว้างแค่ไหน

เปรียบเทียบข้อมูลสองชุด (ม.3)

วาดแผนภาพกล่องหลายกล่องบนเส้นจำนวนเดียวกัน จะเปรียบเทียบทั้งค่ากลางและการกระจายได้ในแวบเดียว

ห้อง Aห้อง B253035404550556065707580859095คะแนน
  • ห้อง Amin⁡=40,  Q1=52,  Q2=60,  Q3=65,  max⁡=78\displaystyle \min = 40,\; Q_1 = 52,\; Q_2 = 60,\; Q_3 = 65,\; \max = 78
  • ห้อง Bmin⁡=30,  Q1=45,  Q2=62,  Q3=75,  max⁡=90\displaystyle \min = 30,\; Q_1 = 45,\; Q_2 = 62,\; Q_3 = 75,\; \max = 90
คะแนนสอบของห้อง A และห้อง B มัธยฐานใกล้กัน (60 กับ 62) แต่กล่องของห้อง B ยาวกว่ามาก
ตัวอย่างที่ 10 (เปรียบเทียบ)
จากแผนภาพกล่องด้านบน ห้องใดมีคะแนนกระจายมากกว่า และห้องใดมีคะแนนโดยรวมสูงกว่า

ค่านอกเกณฑ์ (ม.3)

บางครั้งข้อมูลมีค่าที่ สูงหรือต่ำผิดปกติ เมื่อเทียบกับตัวอื่น เรียกว่า ค่านอกเกณฑ์ เกณฑ์ที่ใช้คือ ถ้าข้อมูลอยู่ห่างจากกล่องเกิน 1.51.5 เท่าของความยาวกล่อง

ค่านอกเกณฑ์<Q1−1.5(Q3−Q1)หรือค่านอกเกณฑ์>Q3+1.5(Q3−Q1)\text{ค่านอกเกณฑ์} < Q_1 - 1.5(Q_3 - Q_1) \quad\text{หรือ}\quad \text{ค่านอกเกณฑ์} > Q_3 + 1.5(Q_3 - Q_1)

ในแผนภาพกล่อง ค่านอกเกณฑ์จะ แสดงเป็นจุดแยก ส่วนหนวดลากไปแค่ข้อมูลตัวที่ไกลที่สุดที่ยังอยู่ในเกณฑ์

Q₁Q₂Q₃051015202530354045นาทีลากจุดซ้าย-ขวาได้
ครึ่งล่าง ตัวกลาง ครึ่งบน
  • เรียงข้อมูล12,14,15,15,16,18,19,20,21,23,40(n=11)\displaystyle 12, 14, 15, 15, 16, 18, 19, 20, 21, 23, 40 \quad (n = 11)
  • Q₂ (มัธยฐาน)Q2=18\displaystyle Q_2 = 18
  • Q₁มัธยฐานของ {12,14,15,15,16}=15\displaystyle \text{มัธยฐานของ } \{12, 14, 15, 15, 16\} = 15
  • Q₃มัธยฐานของ {19,20,21,23,40}=21\displaystyle \text{มัธยฐานของ } \{19, 20, 21, 23, 40\} = 21
  • ค่านอกเกณฑ์Q3−Q1=6,    เกณฑ์ [6,  30]\displaystyle Q_3 - Q_1 = 6,\;\; \text{เกณฑ์ } [6,\; 30]ค่านอกเกณฑ์: 40\displaystyle \text{ค่านอกเกณฑ์: } 40
เวลาเดินทางมาโรงเรียนของนักเรียน 11 คน ค่า 40 อยู่เกินเกณฑ์บน จึงเป็นจุดวงกลมสีแดง หนวดขวาหยุดที่ 23 ลองลากจุด 40 เข้ามาใกล้ ๆ ดูว่าเมื่อไรจะไม่เป็นค่านอกเกณฑ์
ตัวอย่างที่ 11
เวลาเดินทาง (นาที) ของนักเรียน 11 คน คือ 12,14,15,15,16,18,19,20,21,23,4012, 14, 15, 15, 16, 18, 19, 20, 21, 23, 40 มีค่านอกเกณฑ์หรือไม่
จุดที่ผิดบ่อย
  • ใช้แผนภูมิรูปวงกลมผิดที่ แผนภูมิรูปวงกลมใช้กับส่วนย่อยของทั้งหมดเท่านั้น ข้อมูลตามเวลาให้ใช้กราฟเส้น

  • มุมของแผนภูมิรูปวงกลม เทียบกับ 360∘360^\circ ไม่ใช่ 100100 และมุมทุกส่วนรวมกันต้องได้ 360∘360^\circ

  • ลืมเรียงข้อมูล ก่อนหามัธยฐานหรือควอร์ไทล์

  • ตอบตำแหน่งแทนค่า N+12\frac{N + 1}{2} คือตำแหน่ง ไม่ใช่มัธยฐาน

  • ฐานนิยมคือค่า ไม่ใช่ความถี่ ถ้า 7 ซ้ำ 4 ครั้ง ฐานนิยมคือ 7

  • นับ Q2Q_2 ซ้ำ เมื่อ nn เป็นจำนวนคี่ ตัวที่เป็น Q2Q_2 ไม่อยู่ในครึ่งล่างหรือครึ่งบน

  • คิดว่าส่วนที่ยาวของแผนภาพกล่องมีข้อมูลมาก ทุกส่วนมีข้อมูลประมาณ 25%25\% เท่ากัน

ลองทำดู

ข้อ 1
ข้อใดเป็นคำถามทางสถิติ
ข้อ 2
ในแผนภูมิรูปวงกลม ส่วนที่คิดเป็นร้อยละ 30 ของทั้งหมดต้องใช้มุมกี่องศา
ข้อ 3
ต้องการนำเสนอจำนวนนักท่องเที่ยวของจังหวัดหนึ่งในแต่ละปี ตั้งแต่ปี 2560 ถึง 2569 ให้เห็นแนวโน้ม ควรใช้การนำเสนอแบบใด
ข้อ 4
ค่าเฉลี่ยเลขคณิตของ 4, 7, 9, 10 และ 15 เท่ากับเท่าไร
ข้อ 5
มัธยฐานของข้อมูล 12, 5, 8, 20, 3, 9 เท่ากับเท่าไร
ข้อ 6
ข้อมูล 5 ตัวมีค่าเฉลี่ย 12 เมื่อเพิ่มข้อมูลอีก 1 ตัว ค่าเฉลี่ยกลายเป็น 13 ข้อมูลที่เพิ่มเข้ามามีค่าเท่าไร
ข้อ 7
ต้องการตัวแทนราคาบ้านในหมู่บ้านที่มีคฤหาสน์ราคาสูงมากอยู่หลังหนึ่ง ควรใช้ค่ากลางแบบใด
ข้อ 8
ข้อมูล 2, 4, 5, 7, 9, 11, 13 มี Q1 เท่ากับเท่าไร
ข้อ 9
แผนภาพกล่องมีค่าต่ำสุด 20, Q1=35Q_1 = 35, Q2=40Q_2 = 40, Q3=50Q_3 = 50 และค่าสูงสุด 90 ข้อใดถูกต้อง
ข้อ 10
ข้อมูลชุดหนึ่งมี Q1=20Q_1 = 20 และ Q3=30Q_3 = 30 ข้อมูลค่า 48 เป็นค่านอกเกณฑ์หรือไม่

สรุป

  • กระบวนการทางสถิติ ตั้งคำถาม เก็บข้อมูล วิเคราะห์ แปลความหมาย คำถามทางสถิติต้องมีคำตอบหลากหลาย

  • ม.1 แผนภูมิรูปภาพและแผนภูมิแท่งเปรียบเทียบจำนวน กราฟเส้นดูแนวโน้มตามเวลา แผนภูมิรูปวงกลมดูส่วนย่อยของทั้งหมด (มุม = สัดส่วน ×360∘\times 360^\circ)

  • ม.2 แผนภาพจุด แผนภาพต้น-ใบ ฮิสโทแกรม และค่ากลาง ค่าเฉลี่ย ∑xN\frac{\sum x}{N} มัธยฐานตำแหน่ง N+12\frac{N + 1}{2} ฐานนิยมคือค่าที่ซ้ำบ่อยที่สุด

  • มีค่าผิดปกติให้ใช้มัธยฐาน ข้อมูลเชิงคุณภาพให้ใช้ฐานนิยม

  • ม.3 ควอร์ไทล์แบ่งข้อมูลเป็น 4 ส่วน แผนภาพกล่องใช้ค่าต่ำสุด Q1Q_1 Q2Q_2 Q3Q_3 ค่าสูงสุด ทุกส่วนมีข้อมูลประมาณ 25%25\%

  • ค่านอกเกณฑ์ คือค่าที่ต่ำกว่า Q1−1.5(Q3−Q1)Q_1 - 1.5(Q_3 - Q_1) หรือสูงกว่า Q3+1.5(Q3−Q1)Q_3 + 1.5(Q_3 - Q_1)

คำถามที่พบบ่อย