สถิติ ม.ต้น เรียนต่อกันสามปี ม.1 เริ่มจากคำถามทางสถิติ การเก็บข้อมูล และแผนภูมิแบบต่าง ๆ ม.2 ได้รู้จักแผนภาพหน้าตาใหม่ และ ค่ากลางของข้อมูล ส่วน ม.3 ปิดท้ายด้วย ควอร์ไทล์และแผนภาพกล่อง บทความนี้พี่รวมไว้ครบในที่เดียว เรียงตามลำดับที่เรียน ทุกหัวข้อมีภาพให้กดเล่น ทั้งเปลี่ยนรูปแบบแผนภูมิ เพิ่มหรือลบข้อมูล และลากจุดดูว่าแผนภาพกล่องเปลี่ยนยังไง
สถิติคืออะไร
สถิติ คือศาสตร์ของการเรียนรู้จากข้อมูล ตั้งแต่ตั้งคำถาม เก็บข้อมูล นำเสนอ วิเคราะห์ ไปจนถึงแปลความหมาย ทำเป็นขั้นตอนได้ 4 ขั้น เรียกว่า กระบวนการทางสถิติ
ตั้งคำถามทางสถิติ
เก็บรวบรวมข้อมูล
วิเคราะห์ข้อมูล (นำเสนอเป็นแผนภูมิ หาค่ากลาง ฯลฯ)
แปลความหมายผลลัพธ์ แล้วตอบคำถามที่ตั้งไว้
คำถามทางสถิติ
คำถามทางสถิติ คือคำถามที่ต้องเก็บข้อมูลหลายตัวมาตอบ และคาดว่าข้อมูลที่ได้จะ แตกต่างกัน ถ้าคำถามมีคำตอบเดียวแน่นอน ก็ไม่ใช่คำถามทางสถิติ
คำถาม | เป็นคำถามทางสถิติไหม |
|---|
นักเรียนห้อง ม.1/1 ชอบกีฬาอะไร | เป็น (แต่ละคนตอบต่างกัน) |
เพื่อนแต่ละคนใช้เวลาเดินทางมาโรงเรียนกี่นาที | เป็น |
วันนี้เป็นวันอะไร | ไม่เป็น (มีคำตอบเดียว) |
ครูประจำชั้นสูงกี่เซนติเมตร | ไม่เป็น |
การเก็บรวบรวมข้อมูล
เก็บข้อมูลได้หลายวิธี เลือกตามคำถามที่ตั้งไว้
สำรวจหรือใช้แบบสอบถาม เช่น ถามกีฬาที่ชอบของเพื่อนทั้งห้อง
สัมภาษณ์ เช่น คุยกับแม่ค้าเรื่องยอดขายแต่ละวัน
สังเกต เช่น นับจำนวนรถที่ผ่านหน้าโรงเรียน
ทดลอง เช่น วัดความสูงของต้นถั่วทุกวัน
ข้อมูลที่ได้แบ่งเป็นสองประเภท
ประเภท | ลักษณะ | ตัวอย่าง |
|---|
ข้อมูลเชิงปริมาณ | เป็นตัวเลขที่นำมาคำนวณหรือเปรียบเทียบมากน้อยได้ | คะแนนสอบ ส่วนสูง จำนวนพี่น้อง |
ข้อมูลเชิงคุณภาพ | บอกลักษณะหรือประเภท | เพศ สีที่ชอบ กรุ๊ปเลือด ไซส์เสื้อ |
ระวัง ข้อมูลที่เขียนเป็นตัวเลขไม่จำเป็นต้องเป็นเชิงปริมาณเสมอ เช่น เบอร์โทรศัพท์ หรือ เลขประจำตัวนักเรียน เอามาบวกลบหรือหาค่าเฉลี่ยไม่มีความหมาย จึงเป็นข้อมูลเชิงคุณภาพ
นำเสนอข้อมูลด้วยแผนภูมิ (ม.1)
แผนภูมิรูปภาพ
ใช้รูปแทนจำนวน มี กุญแจ บอกว่า 1 รูปแทนเท่าไร ถ้าจำนวนไม่ลงตัวใช้รูปไม่เต็ม เหมาะกับข้อมูลที่อยากให้ดูง่าย สะดุดตา
1 รูป แทน 5 คน
ผลไม้ที่นักเรียนชอบ รูปคนหนึ่งรูปแทน 5 คน กล้วยมี 12 คน จึงเป็น 2 รูปเต็มกับอีก 52 ของรูปแผนภูมิแท่ง
ใช้ความยาวของแท่งแทนจำนวน แท่งแยกจากกันและกว้างเท่ากัน เหมาะกับการ เปรียบเทียบจำนวนของแต่ละประเภท ถ้าวางสองแท่งคู่กันจะเปรียบเทียบข้อมูลสองกลุ่มได้
ชายหญิง
กีฬาที่นักเรียนชายและหญิงชอบ นักเรียนชายชอบฟุตบอลมากที่สุด ส่วนนักเรียนหญิงชอบแบดมินตันมากที่สุดกราฟเส้น
ใช้จุดที่ลากเส้นเชื่อมกัน เหมาะกับข้อมูลที่ เปลี่ยนแปลงตามเวลา ดูแนวโน้มว่าเพิ่มขึ้นหรือลดลง
ยอดขายน้ำแข็งใสของร้านหนึ่ง เพิ่มขึ้นจนสูงสุดในเดือนเมษายน แล้วลดลงเมื่อเข้าหน้าฝน แผนภูมิรูปวงกลม
ใช้ สัดส่วนของวงกลม แทนส่วนย่อยเมื่อเทียบกับทั้งหมด วงกลมทั้งวงคือ 100% หรือ 360∘ การสร้างเองต้องหามุมของแต่ละส่วนก่อน
ร้อยละ=จำนวนทั้งหมดจำนวนส่วนนั้น×100มุม=จำนวนทั้งหมดจำนวนส่วนนั้น×360∘ อาหารเดินทางขนมเงินออม
| รายการ | บาท | ร้อยละ | มุม |
|---|
| อาหาร | 1600 | 40 | 144° |
| เดินทาง | 800 | 20 | 72° |
| ขนม | 600 | 15 | 54° |
| เงินออม | 1000 | 25 | 90° |
| รวม | 4000 | 100 | 360° |
ค่าใช้จ่ายต่อเดือน 4,000 บาท ตารางใต้วงกลมคือขั้นตอนสร้าง หาร้อยละและมุมของแต่ละส่วนก่อน แล้วใช้ไม้โปรแทรกเตอร์วาดทีละมุมตัวอย่างที่ 1 (หามุมของแผนภูมิรูปวงกลม)
นักเรียนใช้เงินค่าอาหาร 1,600 บาท จากค่าใช้จ่ายทั้งหมด 4,000 บาท ส่วนนี้คิดเป็นร้อยละเท่าไร และในแผนภูมิรูปวงกลมต้องใช้มุมกี่องศา
- 1
หาร้อยละ
40001600×100=40% - 2
หามุม
40001600×360∘=144∘
เลือกการนำเสนอให้เหมาะกับข้อมูล
อยากแสดง | ควรใช้ |
|---|
เปรียบเทียบจำนวนแต่ละประเภท | แผนภูมิแท่ง หรือแผนภูมิรูปภาพ |
การเปลี่ยนแปลงตามเวลา | กราฟเส้น |
ส่วนย่อยเทียบกับทั้งหมด | แผนภูมิรูปวงกลม |
ข้อมูลเชิงปริมาณจำนวนมาก | ฮิสโทแกรม (ม.2) |
เปรียบเทียบการกระจายของหลายกลุ่ม | แผนภาพกล่อง (ม.3) |
ลองกดเปลี่ยนรูปแบบในภาพด้านล่าง ข้อมูลยอดขายรายเดือนชุดเดียวกัน แบบไหนอ่านง่ายที่สุด
กราฟเส้นเห็นแนวโน้มขึ้นลงชัดที่สุด แผนภูมิแท่งก็ยังเปรียบเทียบได้ แต่แผนภูมิรูปวงกลมไม่เหมาะ เพราะยอดขายแต่ละเดือนไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของอะไรที่รวมกันมีความหมาย แผนภาพจุด (ม.2)
แผนภาพจุด ใช้กับข้อมูลเชิงปริมาณที่มีไม่มาก วาดเส้นจำนวน แล้ววางจุดหนึ่งจุดต่อข้อมูลหนึ่งตัว ถ้าค่าซ้ำก็ซ้อนจุดขึ้นไป ทำให้เห็นทันทีว่าข้อมูลกระจุกอยู่ตรงไหน
คะแนนสอบย่อย (เต็ม 10) ของนักเรียน 15 คน จุดสูงที่สุดอยู่ที่ 7 คะแนน และไม่มีใครได้ต่ำกว่า 4 ตัวอย่างที่ 2 (อ่านแผนภาพจุด)
จากแผนภาพจุดด้านบน มีนักเรียนกี่คนที่ได้คะแนนตั้งแต่ 8 คะแนนขึ้นไป และคิดเป็นร้อยละเท่าไรของทั้งหมด
- 1
นับจุดที่ 8, 9 และ 10
2+2+1=5 คน - 2
เทียบกับนักเรียนทั้งหมด 15 คน
155×100≈33.33%
แผนภาพต้น-ใบ (ม.2)
แผนภาพต้น-ใบ แยกตัวเลขแต่ละตัวเป็นสองส่วน หลักหน่วยเป็น ใบ ส่วนหลักที่เหลือเป็น ต้น เช่น 48 มีต้นเป็น 4 และใบเป็น 8 ข้อดีคือยังเห็นค่าจริงของข้อมูลทุกตัว และเรียงข้อมูลให้เราไปในตัว
| 3 | 8 |
| 4 | 1 3 5 5 7 8 |
| 5 | 0 2 2 3 6 8 |
| 6 | 1 5 |
5∣0 หมายถึง
50 กิโลกรัม
- ข้อมูลn=15,min=38,max=65,มัธยฐาน=50
น้ำหนักของนักเรียน 15 คน อ่านแถวต้น 4 ได้ 41,43,45,45,47,48 ข้อมูลส่วนใหญ่อยู่ในช่วง 40 ถึง 59 กิโลกรัมถ้าต้องการ เปรียบเทียบข้อมูลสองชุด ให้ใช้ต้นร่วมกันตรงกลาง แล้วเขียนใบของชุดหนึ่งไปทางขวา อีกชุดไปทางซ้าย
| หญิง | ต้น | ชาย |
|---|
| 7 5 | 14 | 8 |
| 8 6 5 3 1 0 | 15 | 2 5 8 |
| 2 0 | 16 | 0 1 3 5 8 |
| 17 | 2 |
16∣1 หมายถึง
161 เซนติเมตร
- ชายn=10,min=148,max=172,มัธยฐาน=160.5
- หญิงn=10,min=145,max=162,มัธยฐาน=154
ส่วนสูงนักเรียนชาย (ขวา) และหญิง (ซ้าย) ใบฝั่งซ้ายอ่านจากตรงกลางออกไป ใบของนักเรียนชายไปอยู่แถว 16 และ 17 มากกว่า แปลว่าโดยรวมนักเรียนชายสูงกว่าฮิสโทแกรม (ม.2)
เมื่อข้อมูลมีจำนวนมาก การวางจุดทีละตัวจะไม่สะดวก ให้แบ่งข้อมูลเป็นช่วงเท่า ๆ กัน เรียกว่า อันตรภาคชั้น แล้วนับว่าแต่ละช่วงมีข้อมูลกี่ตัว (ความถี่) จากนั้นวาดเป็นแท่งสี่เหลี่ยมที่ ติดกัน เรียกว่า ฮิสโทแกรม
ตัวอย่างที่ 3 (อ่านฮิสโทแกรม)
จากฮิสโทแกรมด้านบน (ความกว้าง 10) มีนักเรียนกี่คนที่ได้คะแนนตั้งแต่ 70 ขึ้นไป
- 1
รวมความถี่ของช่วง 70–79, 80–89 และ 90–99
7+4+2=13
ค่ากลางของข้อมูล (ม.2)
ค่ากลาง คือตัวเลขตัวเดียวที่ใช้เป็นตัวแทนของข้อมูลทั้งชุด ใน ม.2 เรียนสามแบบ
ค่าเฉลี่ยเลขคณิต
นำข้อมูลทุกตัวมาบวกกัน แล้วหารด้วยจำนวนข้อมูล
xˉ=Nx1+x2+⋯+xN ถ้าข้อมูลอยู่ในรูป ตารางความถี่ ให้คูณค่าแต่ละค่ากับความถี่ของมันก่อนบวก
xˉ=Nf1x1+f2x2+⋯+fkxk คะแนน (x) | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 |
|---|
จำนวนคน (f) | 2 | 3 | 6 | 5 | 3 | 1 |
ตัวอย่างที่ 4 (ค่าเฉลี่ยจากตารางความถี่)
จากตารางด้านบน จงหาค่าเฉลี่ยของคะแนน
- 1
หาจำนวนข้อมูลทั้งหมด
N=2+3+6+5+3+1=20 - 2
คูณคะแนนกับจำนวนคนแล้วบวก
∑fx=5(2)+6(3)+7(6)+8(5)+9(3)+10(1)=147 - 3
xˉ=20147=7.35
มัธยฐาน
มัธยฐาน คือค่าที่อยู่ ตรงกลาง เมื่อเรียงข้อมูลจากน้อยไปมาก
ฐานนิยม
ฐานนิยม คือค่าที่ ซ้ำบ่อยที่สุด ข้อมูลชุดหนึ่งอาจมีฐานนิยมมากกว่าหนึ่งค่า หรือไม่มีเลยก็ได้ ถ้าทุกค่าซ้ำเท่ากัน
ลองเล่นกับภาพด้านล่าง กดบนเส้นจำนวนเพื่อเพิ่มข้อมูล กดที่จุดเพื่อลบ แล้วดูว่า ค่าเฉลี่ย (สามเหลี่ยมสีส้มใต้เส้น) กับ มัธยฐาน (เส้นประสีเขียว) ขยับต่างกันอย่างไร จุดสีม่วงคือฐานนิยม
กดบนเส้นจำนวนเพื่อเพิ่มข้อมูล · กดจุดเพื่อลบ ข้อมูล 15 ตัว
- ค่าเฉลี่ย ▲xˉ=15104=6.93
- มัธยฐาน ▼ตัวที่ 215+1=8⇒7
- ฐานนิยม7(ซ้ำ 4 ครั้ง)
- พิสัย10−4=6
ลองกดเพิ่มค่า 20 สัก 2–3 ตัว ค่าเฉลี่ยจะถูกดึงไปทางขวาทันที แต่มัธยฐานขยับนิดเดียว เพราะมัธยฐานสนใจแค่ลำดับ ไม่สนใจว่าค่าปลายสุดมากแค่ไหนตัวอย่างที่ 5 (มัธยฐานเมื่อข้อมูลเป็นจำนวนคู่)
จงหามัธยฐานและฐานนิยมของข้อมูล 12,7,15,9,7,20,11,18 - 1
เรียงจากน้อยไปมาก
7,7,9,11,12,15,18,20 - 2
มี 8 ตัว มัธยฐานอยู่ตำแหน่ง 28+1=4.5 คือเฉลี่ยตัวที่ 4 กับ 5 211+12=11.5 - 3
ค่าที่ซ้ำบ่อยที่สุด
7 (ซ้ำ 2 ครั้ง)
เลือกใช้ค่ากลางให้เหมาะกับข้อมูล
ค่ากลาง | เหมาะเมื่อ | ตัวอย่าง |
|---|
ค่าเฉลี่ย | ข้อมูลเชิงปริมาณที่ไม่มีค่าผิดปกติมาก | คะแนนสอบของทั้งห้อง |
มัธยฐาน | มีค่าที่สูงหรือต่ำผิดปกติ | เงินเดือนพนักงาน ราคาบ้าน |
ฐานนิยม | ข้อมูลเชิงคุณภาพ หรืออยากรู้ว่าอะไรนิยมที่สุด | ไซส์เสื้อที่ขายดี สีที่ชอบ |
ตัวอย่างที่ 6 (ค่าเฉลี่ยหลอกตา)
บริษัทหนึ่งมีพนักงาน 9 คน ได้เงินเดือน 15,000 15,000 16,000 17,000 18,000 18,000 18,000 20,000 และเจ้าของบริษัท 150,000 บาท ควรใช้ค่ากลางใดเป็นตัวแทนเงินเดือนของคนในบริษัท
- 1
ค่าเฉลี่ย (หน่วยพันบาท)
xˉ=9287≈31.9 พันบาท - 2
มัธยฐาน ตัวที่ 29+1=5 18 พันบาท - 3
มีพนักงาน 8 ใน 9 คนได้ไม่เกิน 20,000 บาท ค่าเฉลี่ยถูกเงินเดือนเจ้าของดึงขึ้นไป
31,900≫18,000
นอกจากค่ากลาง ยังมี พิสัย ที่บอกว่าข้อมูลกระจายกว้างแค่ไหน หาได้จาก ค่าสูงสุด ลบ ค่าต่ำสุด เช่น คะแนน 4 ถึง 10 มีพิสัย 10−4=6 ถ้าพิสัยมากแปลว่าข้อมูลกระจายมาก
ควอร์ไทล์ (ม.3)
ควอร์ไทล์ คือค่าที่แบ่งข้อมูลที่เรียงแล้วออกเป็น 4 ส่วนเท่า ๆ กัน แต่ละส่วนมีข้อมูลประมาณ 25%
Q1 ควอร์ไทล์ที่ 1 มีข้อมูลประมาณ 25% ที่น้อยกว่าหรือเท่ากับค่านี้
Q2 ควอร์ไทล์ที่ 2 ก็คือ มัธยฐาน (50%)
Q3 ควอร์ไทล์ที่ 3 มีข้อมูลประมาณ 75% ที่น้อยกว่าหรือเท่ากับค่านี้
ควอร์ไทล์สร้างมาจากมัธยฐานที่เพิ่งเรียนไป วิธีหาใน ม.3 คือหามัธยฐานซ้อนกันสามครั้ง
เรียงข้อมูลจากน้อยไปมาก
หามัธยฐานของข้อมูลทั้งหมด ได้ Q2
หามัธยฐานของ ข้อมูลที่อยู่ก่อน Q2 ได้ Q1
หามัธยฐานของ ข้อมูลที่อยู่หลัง Q2 ได้ Q3
ถ้า n เป็นจำนวนคี่ ตัวที่เป็น Q2 ไม่นับรวม ในครึ่งไหนเลย ในภาพด้านล่าง จุดสีน้ำเงินคือครึ่งล่าง จุดสีส้มคือครึ่งบน จุดสีเขียวคือตัวกลาง ลองลากจุดดูว่าควอร์ไทล์เปลี่ยนตามอย่างไร
ลากจุดซ้าย-ขวาได้
ครึ่งล่าง ตัวกลาง ครึ่งบน
- เรียงข้อมูล3,5,6,8,9,12,15(n=7)
- Q₂ (มัธยฐาน)Q2=8
- Q₁มัธยฐานของ {3,5,6}=5
- Q₃มัธยฐานของ {9,12,15}=12
ข้อมูล 7 ตัว ตัวที่ 4 คือ Q2 ครึ่งล่างมี 3 ตัว มัธยฐานของครึ่งล่างคือ Q1 ครึ่งบนก็เช่นกัน ลองลากจุดไปทางซ้ายหรือขวา พอลำดับเปลี่ยน สีของจุดและควอร์ไทล์ก็เปลี่ยนตามตัวอย่างที่ 7 (ข้อมูลจำนวนคี่)
จงหา Q1,Q2,Q3 ของข้อมูล 3,9,5,12,8,15,6 - 1
เรียงจากน้อยไปมาก
3,5,6,8,9,12,15 - 2
มี 7 ตัว มัธยฐานคือตัวที่ 4
- 3
ข้อมูลก่อน Q2 คือ 3,5,6 - 4
ข้อมูลหลัง Q2 คือ 9,12,15
ตัวอย่างที่ 8 (ข้อมูลจำนวนคู่)
จงหา Q1,Q2,Q3 ของข้อมูล 12,15,17,18,20,22,25,26,30,34 - 1
เรียงแล้ว มี 10 ตัว มัธยฐานคือเฉลี่ยตัวที่ 5 และ 6
Q2=220+22=21 - 2
ครึ่งล่าง 5 ตัว 12,15,17,18,20 - 3
ครึ่งบน 5 ตัว 22,25,26,30,34
แผนภาพกล่อง (ม.3)
แผนภาพกล่อง สร้างจาก ค่าสรุปห้าค่า คือ ค่าต่ำสุด Q1 Q2 Q3 และค่าสูงสุด วิธีวาด
วาดเส้นจำนวนที่ครอบคลุมข้อมูลทั้งหมด
วาด กล่อง จาก Q1 ถึง Q3
ลากเส้นตั้งในกล่องที่ Q2
ลาก หนวด จากกล่องออกไปถึงค่าต่ำสุดและค่าสูงสุด
ลากจุดซ้าย-ขวาได้
ครึ่งล่าง ตัวกลาง ครึ่งบน
- เรียงข้อมูล45,52,55,58,60,62,65,67,70,74,80,92(n=12)
- Q₂ (มัธยฐาน)Q2=63.5
- Q₁มัธยฐานของ {45,52,55,58,60,62}=56.5
- Q₃มัธยฐานของ {65,67,70,74,80,92}=72
คะแนนสอบของนักเรียน 12 คน หนวดซ้ายยาว 11.5 แต่หนวดขวายาว 20 แปลว่าคะแนนกลุ่มสูงกระจายมากกว่ากลุ่มต่ำ ลองลากคะแนน 92 เข้ามาใกล้ ๆ ดูตัวอย่างที่ 9 (ค่าสรุปห้าค่า)
จงหาค่าสรุปห้าค่าของคะแนน 45,52,55,58,60,62,65,67,70,74,80,92 เพื่อใช้สร้างแผนภาพกล่อง - 1
ค่าต่ำสุดและค่าสูงสุด
min=45,max=92 - 2
มี 12 ตัว มัธยฐานคือเฉลี่ยตัวที่ 6 และ 7
Q2=262+65=63.5 - 3
ครึ่งล่าง 6 ตัว 45,52,55,58,60,62 Q1=255+58=56.5 - 4
ครึ่งบน 6 ตัว 65,67,70,74,80,92 Q3=270+74=72
อ่านแผนภาพกล่อง (ม.3)
แผนภาพกล่องแบ่งข้อมูลเป็น 4 ส่วน คือ หนวดซ้าย ครึ่งซ้ายของกล่อง ครึ่งขวาของกล่อง และหนวดขวา แต่ละส่วนมีข้อมูลประมาณ 25% เท่ากัน ไม่ว่าส่วนนั้นจะยาวหรือสั้น
ส่วนที่ สั้น แปลว่าข้อมูล 25% นั้น อยู่กันแน่น
ส่วนที่ ยาว แปลว่าข้อมูล 25% นั้น กระจายมาก
ความยาวของกล่อง Q3−Q1 เรียกว่า พิสัยระหว่างควอร์ไทล์ บอกการกระจายของข้อมูล 50% ตรงกลาง
ถ้าเส้น Q2 อยู่ค่อนไปทางซ้ายและหนวดขวายาว แปลว่ามีข้อมูลค่าสูงบางส่วนดึงให้เบ้ไปทางขวา
ข้อควรระวังในการอ่าน
ส่วนที่ยาวกว่า ไม่ได้ มีข้อมูลมากกว่า ทุกส่วนมีข้อมูลประมาณจำนวนเท่ากัน ความยาวบอกแค่ว่าข้อมูลในส่วนนั้นกระจายกว้างแค่ไหน
เปรียบเทียบข้อมูลสองชุด (ม.3)
วาดแผนภาพกล่องหลายกล่องบนเส้นจำนวนเดียวกัน จะเปรียบเทียบทั้งค่ากลางและการกระจายได้ในแวบเดียว
- ห้อง Amin=40,Q1=52,Q2=60,Q3=65,max=78
- ห้อง Bmin=30,Q1=45,Q2=62,Q3=75,max=90
คะแนนสอบของห้อง A และห้อง B มัธยฐานใกล้กัน (60 กับ 62) แต่กล่องของห้อง B ยาวกว่ามากตัวอย่างที่ 10 (เปรียบเทียบ)
จากแผนภาพกล่องด้านบน ห้องใดมีคะแนนกระจายมากกว่า และห้องใดมีคะแนนโดยรวมสูงกว่า
- 1
เทียบพิสัยระหว่างควอร์ไทล์
A:65−52=13,B:75−45=30 - 2
เทียบมัธยฐาน
A:60,B:62
ค่านอกเกณฑ์ (ม.3)
บางครั้งข้อมูลมีค่าที่ สูงหรือต่ำผิดปกติ เมื่อเทียบกับตัวอื่น เรียกว่า ค่านอกเกณฑ์ เกณฑ์ที่ใช้คือ ถ้าข้อมูลอยู่ห่างจากกล่องเกิน 1.5 เท่าของความยาวกล่อง
ค่านอกเกณฑ์<Q1−1.5(Q3−Q1)หรือค่านอกเกณฑ์>Q3+1.5(Q3−Q1) ในแผนภาพกล่อง ค่านอกเกณฑ์จะ แสดงเป็นจุดแยก ส่วนหนวดลากไปแค่ข้อมูลตัวที่ไกลที่สุดที่ยังอยู่ในเกณฑ์
ลากจุดซ้าย-ขวาได้
ครึ่งล่าง ตัวกลาง ครึ่งบน
- เรียงข้อมูล12,14,15,15,16,18,19,20,21,23,40(n=11)
- Q₂ (มัธยฐาน)Q2=18
- Q₁มัธยฐานของ {12,14,15,15,16}=15
- Q₃มัธยฐานของ {19,20,21,23,40}=21
- ค่านอกเกณฑ์Q3−Q1=6,เกณฑ์ [6,30]ค่านอกเกณฑ์: 40
เวลาเดินทางมาโรงเรียนของนักเรียน 11 คน ค่า 40 อยู่เกินเกณฑ์บน จึงเป็นจุดวงกลมสีแดง หนวดขวาหยุดที่ 23 ลองลากจุด 40 เข้ามาใกล้ ๆ ดูว่าเมื่อไรจะไม่เป็นค่านอกเกณฑ์ตัวอย่างที่ 11
เวลาเดินทาง (นาที) ของนักเรียน 11 คน คือ 12,14,15,15,16,18,19,20,21,23,40 มีค่านอกเกณฑ์หรือไม่ - 1
หาควอร์ไทล์ (n=11 ตัวที่ 6 คือมัธยฐาน) Q1=15,Q2=18,Q3=21 - 2
ความยาวกล่อง
Q3−Q1=6,1.5×6=9 - 3
หาเกณฑ์ล่างและเกณฑ์บน
15−9=6,21+9=30 - 4
ข้อมูลที่อยู่นอกช่วง [6,30]
จุดที่ผิดบ่อย
ใช้แผนภูมิรูปวงกลมผิดที่ แผนภูมิรูปวงกลมใช้กับส่วนย่อยของทั้งหมดเท่านั้น ข้อมูลตามเวลาให้ใช้กราฟเส้น
มุมของแผนภูมิรูปวงกลม เทียบกับ 360∘ ไม่ใช่ 100 และมุมทุกส่วนรวมกันต้องได้ 360∘
ลืมเรียงข้อมูล ก่อนหามัธยฐานหรือควอร์ไทล์
ตอบตำแหน่งแทนค่า 2N+1 คือตำแหน่ง ไม่ใช่มัธยฐาน
ฐานนิยมคือค่า ไม่ใช่ความถี่ ถ้า 7 ซ้ำ 4 ครั้ง ฐานนิยมคือ 7
นับ Q2 ซ้ำ เมื่อ n เป็นจำนวนคี่ ตัวที่เป็น Q2 ไม่อยู่ในครึ่งล่างหรือครึ่งบน
คิดว่าส่วนที่ยาวของแผนภาพกล่องมีข้อมูลมาก ทุกส่วนมีข้อมูลประมาณ 25% เท่ากัน
ลองทำดู
ข้อ 1
ข้อใดเป็นคำถามทางสถิติ
ข้อ 2
ในแผนภูมิรูปวงกลม ส่วนที่คิดเป็นร้อยละ 30 ของทั้งหมดต้องใช้มุมกี่องศา
ข้อ 3
ต้องการนำเสนอจำนวนนักท่องเที่ยวของจังหวัดหนึ่งในแต่ละปี ตั้งแต่ปี 2560 ถึง 2569 ให้เห็นแนวโน้ม ควรใช้การนำเสนอแบบใด
ข้อ 4
ค่าเฉลี่ยเลขคณิตของ 4, 7, 9, 10 และ 15 เท่ากับเท่าไร
ข้อ 5
มัธยฐานของข้อมูล 12, 5, 8, 20, 3, 9 เท่ากับเท่าไร
ข้อ 6
ข้อมูล 5 ตัวมีค่าเฉลี่ย 12 เมื่อเพิ่มข้อมูลอีก 1 ตัว ค่าเฉลี่ยกลายเป็น 13 ข้อมูลที่เพิ่มเข้ามามีค่าเท่าไร
ข้อ 7
ต้องการตัวแทนราคาบ้านในหมู่บ้านที่มีคฤหาสน์ราคาสูงมากอยู่หลังหนึ่ง ควรใช้ค่ากลางแบบใด
ข้อ 8
ข้อมูล 2, 4, 5, 7, 9, 11, 13 มี Q1 เท่ากับเท่าไร
ข้อ 9
แผนภาพกล่องมีค่าต่ำสุด 20, Q1=35, Q2=40, Q3=50 และค่าสูงสุด 90 ข้อใดถูกต้อง ข้อ 10
ข้อมูลชุดหนึ่งมี Q1=20 และ Q3=30 ข้อมูลค่า 48 เป็นค่านอกเกณฑ์หรือไม่ สรุป
กระบวนการทางสถิติ ตั้งคำถาม เก็บข้อมูล วิเคราะห์ แปลความหมาย คำถามทางสถิติต้องมีคำตอบหลากหลาย
ม.1 แผนภูมิรูปภาพและแผนภูมิแท่งเปรียบเทียบจำนวน กราฟเส้นดูแนวโน้มตามเวลา แผนภูมิรูปวงกลมดูส่วนย่อยของทั้งหมด (มุม = สัดส่วน ×360∘)
ม.2 แผนภาพจุด แผนภาพต้น-ใบ ฮิสโทแกรม และค่ากลาง ค่าเฉลี่ย N∑x มัธยฐานตำแหน่ง 2N+1 ฐานนิยมคือค่าที่ซ้ำบ่อยที่สุด
มีค่าผิดปกติให้ใช้มัธยฐาน ข้อมูลเชิงคุณภาพให้ใช้ฐานนิยม
ม.3 ควอร์ไทล์แบ่งข้อมูลเป็น 4 ส่วน แผนภาพกล่องใช้ค่าต่ำสุด Q1 Q2 Q3 ค่าสูงสุด ทุกส่วนมีข้อมูลประมาณ 25%
ค่านอกเกณฑ์ คือค่าที่ต่ำกว่า Q1−1.5(Q3−Q1) หรือสูงกว่า Q3+1.5(Q3−Q1)
คำถามที่พบบ่อย