ความน่าจะเป็นเป็นบทที่มีแนวคิดหลักไม่กี่ข้อ แต่ใช้ได้กับสถานการณ์เยอะมาก ตั้งแต่โยนเหรียญ ทอดลูกเต๋า จับฉลาก ไปจนถึงหยิบลูกอมจากโหล บทความนี้พี่สรุปแนวคิดของ ม.3 ให้ครบ แล้วตามด้วยตัวอย่างจากสถานการณ์ต่าง ๆ แบบจัดเต็ม ทุกหัวข้อมีภาพให้กดเล่น ทั้งตารางผลลัพธ์ แผนภาพต้นไม้ และเครื่องทดลองสุ่มที่กดได้เป็นร้อยครั้ง ท้ายบทมีกฎการนับสำหรับคนเตรียมสอบเข้า ม.4 ด้วย
โอกาสของเหตุการณ์
ในชีวิตประจำวันเราพูดถึง "โอกาส" กันบ่อย ๆ เช่น พรุ่งนี้ฝนน่าจะตก หรือทีมนี้มีโอกาสชนะน้อย ในคณิตศาสตร์เราแบ่งเหตุการณ์ตามโอกาสที่จะเกิดได้ 3 แบบ
เกิดขึ้นแน่นอน เช่น ทอดลูกเต๋าแล้วได้แต้มน้อยกว่า 7
อาจเกิดหรือไม่เกิดก็ได้ เช่น โยนเหรียญแล้วออกหัว
เป็นไปไม่ได้ เช่น ทอดลูกเต๋าแล้วได้แต้ม 7
ความน่าจะเป็นคือการบอกโอกาสนี้ออกมาเป็น ตัวเลขตั้งแต่ 0 ถึง 1 ยิ่งใกล้ 1 ยิ่งมีโอกาสเกิดมาก ลองกดแต่ละสถานการณ์ด้านล่าง ดูว่าอยู่ตรงไหนบนเส้น
ความน่าจะเป็น 0 คือเป็นไปไม่ได้ 1 คือเกิดขึ้นแน่นอน และ 21 คือโอกาสเกิดกับไม่เกิดเท่ากัน การทดลองสุ่ม
การทดลองสุ่ม คือการกระทำที่เรารู้ว่าผลจะออกมาเป็นอะไรได้บ้าง แต่บอกล่วงหน้าไม่ได้ว่าครั้งนี้จะออกอะไร ผลแต่ละแบบที่อาจเกิดขึ้นเรียกว่า ผลลัพธ์
สถานการณ์ | การทดลองสุ่ม? | ผลลัพธ์ที่อาจเกิด |
|---|
หมุนวงล้อ 4 สี | ใช่ | แดง เหลือง เขียว ฟ้า |
จับสลากเลือกหัวหน้าห้องจาก 3 คน | ใช่ | ต้น ฝน หรือปาล์ม |
ทอดลูกเต๋า 1 ลูก | ใช่ | 1, 2, 3, 4, 5, 6 |
กด 2+3 บนเครื่องคิดเลข | ไม่ใช่ | ได้ 5 ทุกครั้ง |
ปล่อยลูกบอลจากมือ | ไม่ใช่ | ตกลงพื้นทุกครั้ง |
ในบทนี้เราสนใจการทดลองสุ่มที่ ผลลัพธ์แต่ละแบบมีโอกาสเกิดเท่า ๆ กัน เช่น เหรียญที่ไม่ถ่วงน้ำหนัก หรือลูกเต๋าที่เที่ยงตรง จำนวนผลลัพธ์ทั้งหมดเขียนแทนด้วย n(S)
วิธีหาผลลัพธ์ทั้งหมด
ขั้นตอนที่สำคัญที่สุดของบทนี้คือ นับผลลัพธ์ทั้งหมดให้ครบและไม่ซ้ำ มีวิธีหลัก ๆ 3 วิธี
แจกแจงตรง ๆ เหมาะกับการทดลองขั้นเดียว เช่น ทอดลูกเต๋า 1 ลูก ได้ {1,2,3,4,5,6}
ตาราง เหมาะกับการทดลอง 2 ขั้น เช่น ทอดลูกเต๋า 2 ลูก
แผนภาพต้นไม้ เหมาะกับการทดลองหลายขั้น เช่น โยนเหรียญ 3 ครั้ง
ใช้ตาราง: ทอดลูกเต๋า 2 ลูก
ให้ลูกเต๋าลูกหนึ่งเป็นสีแดง อีกลูกเป็นสีน้ำเงิน แถวคือแต้มของลูกแดง หลักคือแต้มของลูกน้ำเงิน ทุกช่องคือผลลัพธ์หนึ่งแบบ จึงมีผลลัพธ์ทั้งหมด 6×6=36 แบบ
สังเกตว่า (1,2) กับ (2,1) เป็น คนละผลลัพธ์ เพราะแบบแรกลูกแดงได้ 1 แต่แบบหลังลูกแดงได้ 2 ถึงลูกเต๋าจะสีเหมือนกัน ก็ต้องนับแยกเหมือนเดิม
แถว: ลูกแดง · หลัก: ลูกน้ำเงิน · ในช่อง = ผลรวม
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 |
|---|
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 |
|---|
| 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 |
|---|
| 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 |
|---|
| 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 |
|---|
| 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 |
|---|
| 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 |
|---|
กดที่ช่องเพื่อเลือกผลลัพธ์เอง
- ผลลัพธ์ทั้งหมดn(S)=6×6=36
- ผลรวมเป็น 7E={(1,6), (2,5), (3,4),(4,3), (5,2), (6,1)}n(E)=6
- ความน่าจะเป็นP(E)=n(S)n(E)=366=61≈0.17
P(E)0.17
ตัวเลขในช่องคือผลรวมของแต้ม กดเลือกเหตุการณ์ด้านบน หรือกดที่ช่องเพื่อเลือกผลลัพธ์เองใช้แผนภาพต้นไม้: โยนเหรียญ 3 ครั้ง
โยนครั้งแรกได้ 2 แบบ (H = หัว, T = ก้อย) แต่ละแบบแตกกิ่งต่อได้อีก 2 แบบในครั้งที่สอง และอีก 2 แบบในครั้งที่สาม ผลลัพธ์ทั้งหมดจึงมี 2×2×2=8 แบบ กดแตกกิ่งทีละขั้นดูได้เลย
- ขั้นที่ 12 กิ่ง
แต่ละเส้นทางจากซ้ายไปขวาคือผลลัพธ์หนึ่งแบบ เช่น HTH คือ หัว ก้อย หัวแผนภาพเดียวกันนี้ใช้กับสถานการณ์อื่นที่มี 2 ทางเลือก 3 ขั้นได้ทันที เช่น ครอบครัวที่มีลูก 3 คน แต่ละคนเป็นลูกชายหรือลูกสาว หรือตอบข้อสอบถูกผิด 3 ข้อแบบเดาทุกข้อ
หยิบของ: ใส่คืน ไม่ใส่คืน หรือหยิบพร้อมกัน
โจทย์หยิบลูกบอลเป็นจุดที่นักเรียนพลาดบ่อยที่สุด ให้ถุงมีลูกบอลสีแดง 2 ลูก และสีฟ้า 1 ลูก
ข้อควรระวังแรกคือ ลูกบอลสีเดียวกัน ต้องติดเลขแยกเป็นคนละลูก (ด1, ด2) เพราะแต่ละลูกมีโอกาสถูกหยิบเท่ากัน ถ้านับรวมเป็น "แดง" แบบเดียว ผลลัพธ์จะมีโอกาสไม่เท่ากันและสูตรใช้ไม่ได้
- ผลลัพธ์ทั้งหมดn(S)=3×3=9
- ได้สีเดียวกันE={ด1ด1, ด1ด2, ด2ด1, ด2ด2,ฟฟ}n(E)=5
- ความน่าจะเป็นP(E)=n(S)n(E)=95≈0.56
P(E)0.56
กดที่ผลลัพธ์ทางขวาเพื่อเลือกเอง
สลับ "ใส่คืน" กับ "ไม่ใส่คืน" แล้วดูว่าจำนวนผลลัพธ์และความน่าจะเป็นเปลี่ยนไปอย่างไรวิธีหยิบ 2 ลูก | ลำดับสำคัญไหม | ผลลัพธ์ทั้งหมด |
|---|
ทีละลูก ใส่คืน | สำคัญ | 3×3=9 |
ทีละลูก ไม่ใส่คืน | สำคัญ | 3×2=6 |
หยิบพร้อมกัน | ไม่สำคัญ | 3 |
หยิบพร้อมกันได้ผลลัพธ์แค่ {ด1,ด2}, {ด1,ฟ}, {ด2,ฟ} เพราะหยิบขึ้นมาในมือพร้อมกันจึงไม่มีลูกแรกลูกหลัง
เหตุการณ์
เหตุการณ์ คือผลลัพธ์ส่วนที่เราสนใจ เช่น "ผลรวมเป็น 8" หรือ "ออกหัวอย่างน้อย 1 ครั้ง" จำนวนผลลัพธ์ของเหตุการณ์ E เขียนแทนด้วย n(E)
ตัวอย่างที่ 1 (หาเหตุการณ์จากตาราง)
ทอดลูกเต๋า 2 ลูก จงหาผลลัพธ์ของเหตุการณ์ที่ผลรวมของแต้มเท่ากับ 8
- 1
ไล่แต้มลูกแรกจาก 1 ถึง 6 แล้วดูว่าลูกที่สองต้องได้เท่าไร ลูกแรกได้ 1 ลูกที่สองต้องได้ 7 ซึ่งเป็นไปไม่ได้
1+7(ไม่ได้) - 2
ลูกแรกได้ 2 ถึง 6 ใช้ได้ทุกแบบ
E={(2,6),(3,5),(4,4),(5,3),(6,2)} - 3
การทดลองแต่ละขั้นไม่จำเป็นต้องเป็นของชนิดเดียวกัน เช่น โยนเหรียญ 1 เหรียญพร้อมกับทอดลูกเต๋า 1 ลูก ก็เขียนเป็นตารางได้เหมือนกัน
แถว: เหรียญ · หลัก: ลูกเต๋า
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 |
|---|
| H | H,1 | H,2 | H,3 | H,4 | H,5 | H,6 |
|---|
| T | T,1 | T,2 | T,3 | T,4 | T,5 | T,6 |
|---|
กดที่ช่องเพื่อเลือกผลลัพธ์เอง
- ผลลัพธ์ทั้งหมดn(S)=2×6=12
- ออกหัวและแต้มคู่E={(H,2), (H,4), (H,6)}n(E)=3
- ความน่าจะเป็นP(E)=n(S)n(E)=123=41=0.25
P(E)0.25
ผลลัพธ์ทั้งหมด 2×6=12 แบบ ช่อง H,4 หมายถึงเหรียญออกหัวและลูกเต๋าได้ 4ความน่าจะเป็น
เมื่อผลลัพธ์ทุกแบบมีโอกาสเกิดเท่า ๆ กัน ความน่าจะเป็นของเหตุการณ์ E คือ
P(E)=n(S)n(E) เศษคือจำนวนผลลัพธ์ของเหตุการณ์ที่สนใจ ส่วนคือจำนวนผลลัพธ์ทั้งหมด
สมบัติของความน่าจะเป็น
0≤P(E)≤1 เสมอ เพราะ n(E) ไม่มีทางมากกว่า n(S)
P(E)=0 เมื่อ E เป็นไปไม่ได้ และ P(E)=1 เมื่อ E เกิดขึ้นแน่นอน
E′ คือเหตุการณ์ที่ E ไม่เกิด และ P(E′)=1−P(E)
ลองกับโหลลูกอมด้านล่าง กดชื่อรสเพื่อเลือกว่ารสไหนนับเป็นเหตุการณ์ที่สนใจ กด − + เพื่อเปลี่ยนจำนวนลูกอม แล้วกดสุ่มหยิบดู
- ทั้งหมดn(S)=5+3+2=10
- ได้รสสตรอว์เบอร์รีn(E)=5
- ความน่าจะเป็นP(E)=105=21=0.5
P(E)0.5
ลูกอมที่นับเป็นเหตุการณ์ที่สนใจจะเข้ม ลูกอมที่ไม่นับจะจาง ลองเพิ่มลูกอมรสอื่นแล้วดูว่าความน่าจะเป็นลดลงอย่างไรตัวอย่างที่ 2 (ลูกอมในโหล)
โหลมีลูกอมรสสตรอว์เบอร์รี 5 เม็ด รสมิ้นต์ 3 เม็ด รสมะนาว 2 เม็ด หยิบมา 1 เม็ด จงหาความน่าจะเป็นที่จะได้ลูกอมที่ไม่ใช่รสสตรอว์เบอร์รี
- 1
ผลลัพธ์ทั้งหมด
n(S)=5+3+2=10 - 2
ลูกอมที่ไม่ใช่รสสตรอว์เบอร์รี
n(E)=3+2=5 - 3
แทนสูตร
P(E)=105=21
ตัวอย่างที่ 3 (ทอดลูกเต๋า 2 ลูก)
ทอดลูกเต๋า 2 ลูก จงหาความน่าจะเป็นที่ผลรวมของแต้มมากกว่า 9
- 1
ผลลัพธ์ทั้งหมด
n(S)=6×6=36 - 2
ผลรวม 10, 11 และ 12
E={(4,6),(5,5),(6,4),(5,6),(6,5),(6,6)} - 3
แทนสูตร
P(E)=366=61
ตัวอย่างที่ 4 (จับฉลาก)
ในกล่องมีฉลากหมายเลข 1 ถึง 20 จับมา 1 ใบ จงหาความน่าจะเป็นที่จะได้หมายเลขที่เป็นจำนวนเฉพาะ
- 1
- 2
จำนวนเฉพาะที่ไม่เกิน 20
E={2,3,5,7,11,13,17,19},n(E)=8 - 3
แทนสูตร
P(E)=208=52
ใช้เหตุการณ์ตรงข้าม เมื่อเจอคำว่า "อย่างน้อย"
ถ้าโจทย์ถามว่า "อย่างน้อย 1" มักนับฝั่งที่ไม่ต้องการได้ง่ายกว่า แล้วเอาไปลบออกจาก 1
ตัวอย่างที่ 5 (ลูก 3 คน)
ครอบครัวหนึ่งมีลูก 3 คน ถ้าลูกแต่ละคนมีโอกาสเป็นชายหรือหญิงเท่ากัน จงหาความน่าจะเป็นที่ครอบครัวนี้มีลูกสาวอย่างน้อย 1 คน
- 1
ผลลัพธ์ทั้งหมด ใช้แผนภาพต้นไม้แบบเดียวกับโยนเหรียญ 3 ครั้ง
n(S)=2×2×2=8 - 2
เหตุการณ์ตรงข้ามคือไม่มีลูกสาวเลย มีแบบเดียวคือ ชาย ชาย ชาย
P(E′)=81 - 3
ลบออกจาก 1
P(E)=1−81=87
หยิบของหลายชิ้น
ตัวอย่างที่ 6 (ถุงเท้าในลิ้นชัก)
ในลิ้นชักมีถุงเท้าสีขาว 2 ข้าง สีดำ 2 ข้าง หยิบทีละข้าง 2 ครั้งโดยไม่ใส่คืน จงหาความน่าจะเป็นที่จะได้ถุงเท้าสีเดียวกัน
- 1
ติดเลขให้ถุงเท้าทุกข้าง หยิบครั้งแรกได้ 4 แบบ ครั้งที่สองเหลือ 3 แบบ
n(S)=4×3=12 - 2
ได้ขาวทั้งคู่ 2 แบบ และดำทั้งคู่ 2 แบบ
n(E)=2+2=4 - 3
แทนสูตร
P(E)=124=31
- ผลลัพธ์ทั้งหมดn(S)=4×3=12
- ได้สีเดียวกันE={ข1ข2, ข2ข1, ด1ด2, ด2ด1}n(E)=4
- ความน่าจะเป็นP(E)=n(S)n(E)=124=31≈0.33
P(E)0.33
กดที่ผลลัพธ์ทางขวาเพื่อเลือกเอง
แผนภาพต้นไม้ของตัวอย่างที่ 6 สังเกตว่าข้างที่หยิบไปแล้วจะไม่อยู่ในกิ่งถัดไปกฎการนับเบื้องต้น (ต่อยอดสอบเข้า ม.4)
เมื่อผลลัพธ์มีเป็นร้อยเป็นพันแบบ การเขียนแจกแจงหรือวาดต้นไม้ไม่ไหวแล้ว เราต้องใช้ กฎการนับ หาจำนวน n(S) และ n(E) แทน
กฎการคูณ
ถ้างานหนึ่งแบ่งเป็นหลาย ขั้นตอน ที่ต้องทำต่อกัน ขั้นแรกทำได้ n1 วิธี ขั้นที่สองทำได้ n2 วิธี และต่อไปเรื่อย ๆ จำนวนวิธีทั้งหมดคือ
n1×n2×n3×⋯ - ผลลัพธ์ทั้งหมดn(S)=3×2=6
มีเสื้อ 3 ตัว กางเกง 2 ตัว แต่งตัวได้ 3×2=6 แบบตัวอย่างที่ 7 (รหัสกระเป๋า)
กุญแจรหัสกระเป๋าเดินทางมี 3 หลัก แต่ละหลักเป็นเลข 0 ถึง 9 ถ้าเดารหัสแบบสุ่ม 1 ครั้ง จงหาความน่าจะเป็นที่จะเปิดได้
- 1
แต่ละหลักเลือกได้ 10 แบบ และซ้ำกันได้
n(S)=10×10×10=1000 - 2
รหัสที่ถูกมีแบบเดียว
P(E)=10001
ตัวอย่างที่ 8 (สร้างจำนวนสามหลัก)
นำเลขโดด 1, 2, 3, 4, 5 มาสร้างจำนวนสามหลักโดยเลขโดดไม่ซ้ำกัน ถ้าสุ่มจำนวนที่สร้างได้มา 1 จำนวน จงหาความน่าจะเป็นที่จะเป็นจำนวนคู่
- 1
จำนวนทั้งหมด เลือกหลักร้อย หลักสิบ หลักหน่วยโดยไม่ซ้ำ
n(S)=5×4×3=60 - 2
จำนวนคู่ต้องลงท้ายด้วย 2 หรือ 4 ให้เลือกหลักหน่วยก่อน แล้วค่อยเลือกอีก 2 หลักจากเลขที่เหลือ
n(E)=2×4×3=24 - 3
แทนสูตร
P(E)=6024=52
เทคนิคในตัวอย่างนี้คือ เลือกตำแหน่งที่มีเงื่อนไขก่อนเสมอ ถ้าไปเลือกหลักร้อยก่อน จะไม่รู้ว่าเหลือเลขคู่ให้หลักหน่วยกี่ตัว
กฎการบวก
ถ้างานหนึ่งแยกเป็นหลาย กรณี ที่ไม่ซ้อนกัน ทำกรณีใดกรณีหนึ่งก็พอ จำนวนวิธีทั้งหมดคือผลบวกของแต่ละกรณี
n1+n2+n3+⋯ ถ้ากรณีมีส่วนที่ซ้อนกัน ต้องลบส่วนที่นับซ้ำออก
ตัวอย่างที่ 9 (หารลงตัว)
สุ่มจำนวนนับ 1 จำนวนจาก 1 ถึง 30 จงหาความน่าจะเป็นที่จำนวนนั้นหารด้วย 3 หรือ 5 ลงตัว
- 1
หารด้วย 3 ลงตัว
3,6,9,…,30⇒10 จำนวน - 2
หารด้วย 5 ลงตัว
5,10,15,…,30⇒6 จำนวน - 3
15 และ 30 ถูกนับซ้ำทั้งสองกรณี ต้องลบออก
n(E)=10+6−2=14 - 4
แทนสูตร
P(E)=3014=157
การเรียงสับเปลี่ยน
นำของ n สิ่งที่ต่างกันมาเรียงเป็นแถว ตำแหน่งแรกเลือกได้ n แบบ ตำแหน่งถัดไปเหลือ n−1 แบบ ไปเรื่อย ๆ จนเหลือ 1 แบบ
n!=n×(n−1)×(n−2)×⋯×2×1 กรณี | จำนวนวิธี | ตัวอย่าง |
|---|
ของต่างกัน n สิ่ง เรียงเป็นแถว | n! | หนังสือ 4 เล่ม 4!=24 |
มีของซ้ำ a, b, … ชิ้น | a!b!⋯n! | BANANA 3!2!6!=60 |
เรียงเป็นวงกลม | (n−1)! | 5 คนรอบโต๊ะ 4!=24 |
การเรียงเป็นวงกลมลดลงเหลือ (n−1)! เพราะถ้าทุกคนขยับไปทางขวาพร้อมกัน 1 ที่ ลำดับรอบโต๊ะยังเหมือนเดิม เราจึงให้คนแรกนั่งตรงไหนก็ได้ แล้วค่อยเรียงคนที่เหลือ
การจัดหมู่ (เลือกโดยไม่สนใจลำดับ)
ถ้าเลือกของ r สิ่งจาก n สิ่งแล้ว ลำดับไม่สำคัญ เช่น เลือกตัวแทน 2 คนไปแข่ง หรือหยิบลูกบอลพร้อมกัน ของชุดเดียวกันที่สลับที่กันจะนับเป็นแบบเดียว
มีของ 4 อย่าง: กขคง เลือกมา 2 อย่าง
- สนใจลำดับ4×3=12 แบบ
- ไม่สนใจลำดับ2!12=(24)=6 แบบ
สลับปุ่ม "สนใจลำดับ" กับ "ไม่สนใจลำดับ" แล้วลองเลื่อน r ดูจากภาพ เลือก 2 จาก 4 แบบสนใจลำดับได้ 4×3=12 แบบ แต่ทุกชุดสลับที่ได้ 2!=2 แบบ ถ้าไม่สนใจลำดับจึงเหลือ 212=6 แบบ เขียนเป็นสูตรทั่วไปได้ว่า
(rn)=r!(n−r)!n! ตัวอย่างที่ 10 (หยิบลูกบอลพร้อมกัน)
กล่องมีลูกบอลสีแดง 4 ลูก สีฟ้า 3 ลูก หยิบ 2 ลูกพร้อมกัน จงหาความน่าจะเป็นที่จะได้ลูกบอลสีเดียวกัน
- 1
เลือก 2 ลูกจาก 7 ลูก
n(S)=(27)=27×6=21 - 2
แดงทั้งคู่ หรือ ฟ้าทั้งคู่ (กฎการบวก)
n(E)=(24)+(23)=6+3=9 - 3
แทนสูตร
P(E)=219=73
ตัวอย่างที่ 11 (เลือกคณะกรรมการ)
เลือกกรรมการ 3 คนจากนักเรียนชาย 4 คน หญิง 3 คน จงหาความน่าจะเป็นที่มีนักเรียนหญิงอย่างน้อย 1 คน
- 1
เลือก 3 คนจาก 7 คน
n(S)=(37)=35 - 2
เหตุการณ์ตรงข้ามคือเป็นชายทั้ง 3 คน
n(E′)=(34)=4 - 3
ลบออกจาก 1
P(E)=1−354=3531
จุดที่ผิดบ่อย
ลืมนับ (1,2) กับ (2,1) แยกกัน เวลาทอดลูกเต๋า 2 ลูก ผลลัพธ์ทั้งหมดต้องเป็น 36 ไม่ใช่ 21
นับลูกบอลสีเดียวกันเป็นแบบเดียว ต้องติดเลขแยกทุกลูก ไม่อย่างนั้นผลลัพธ์จะมีโอกาสเกิดไม่เท่ากัน
สับสนหยิบทีละลูกกับหยิบพร้อมกัน ทีละลูกใช้กฎการคูณ ลำดับสำคัญ ส่วนหยิบพร้อมกันใช้การจัดหมู่
ได้ความน่าจะเป็นเกิน 1 หรือติดลบ แปลว่านับผิดแน่นอน ย้อนกลับไปตรวจ n(E) กับ n(S)
โจทย์ "อย่างน้อย" แต่ไล่นับทุกกรณี ใช้ P(E)=1−P(E′) เร็วกว่าและพลาดน้อยกว่า
ใช้กฎการบวกแล้วนับซ้ำ ถ้ากรณีซ้อนกัน ต้องลบส่วนที่ซ้อนออก
ลองทำดู
ข้อ 1
โยนเหรียญ 2 เหรียญ ความน่าจะเป็นที่ออกหัว 1 เหรียญพอดีเท่ากับข้อใด
ข้อ 2
ทอดลูกเต๋า 1 ลูก ความน่าจะเป็นที่ได้แต้มเป็นจำนวนเฉพาะเท่ากับเท่าไร (ตอบเป็นทศนิยม)
ข้อ 3
ทอดลูกเต๋า 2 ลูก ความน่าจะเป็นที่ผลคูณของแต้มเป็นจำนวนคี่เท่ากับข้อใด
ข้อ 4
ถุงมีลูกแก้วสีแดง 4 ลูก สีเขียว 5 ลูก สีฟ้า 3 ลูก หยิบมา 1 ลูก ความน่าจะเป็นที่ได้ลูกที่ไม่ใช่สีเขียวเท่ากับข้อใด
ข้อ 5
ถุงมีลูกบอลสีแดง 3 ลูก สีขาว 2 ลูก หยิบทีละลูก 2 ครั้งโดยไม่ใส่คืน ความน่าจะเป็นที่ได้สีแดงทั้งสองลูกเท่ากับเท่าไร (ตอบเป็นทศนิยม)
ข้อ 6
โยนเหรียญ 4 เหรียญ ความน่าจะเป็นที่ออกหัวอย่างน้อย 1 เหรียญเท่ากับข้อใด
ข้อ 7
นักเรียน 5 คนยืนเรียงแถวถ่ายรูป จัดได้ทั้งหมดกี่แบบ
ข้อ 8
ชวนเพื่อน 2 คนจาก 6 คนไปดูหนังด้วยกัน เลือกได้ทั้งหมดกี่แบบ
สรุป
การทดลองสุ่ม คือการกระทำที่รู้ว่าผลเป็นอะไรได้บ้าง แต่บอกล่วงหน้าไม่ได้ ผลแต่ละแบบเรียกว่าผลลัพธ์
หาผลลัพธ์ทั้งหมดด้วยการแจกแจง ตาราง หรือแผนภาพต้นไม้ ต้องนับให้ครบและไม่ซ้ำ
เหตุการณ์ คือผลลัพธ์ส่วนที่สนใจ
P(E)=n(S)n(E) ใช้ได้เมื่อผลลัพธ์ทุกแบบมีโอกาสเกิดเท่ากัน และ 0≤P(E)≤1
P(E′)=1−P(E) ใช้กับโจทย์ "อย่างน้อย" ได้สะดวก
ยิ่งทดลองมากครั้ง ความถี่สัมพัทธ์ยิ่งเข้าใกล้ความน่าจะเป็นทางทฤษฎี
กฎการคูณ ใช้กับงานที่ทำเป็นขั้นตอน กฎการบวก ใช้กับงานที่แยกเป็นกรณี
สนใจลำดับใช้การเรียงสับเปลี่ยน n! ไม่สนใจลำดับใช้การจัดหมู่ (rn)
คำถามที่พบบ่อย